ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
กรกฎาคม 31, 2014, 04:26:27 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก

+  นพต.33 ชลบุรี+สมทบ
|-+  กฎหมาย
| |-+  แนวข้อสอบ - เฉลยข้อสอบ
| | |-+  สรุปย่อกฎหมายลักษณะพยาน
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: สรุปย่อกฎหมายลักษณะพยาน  (อ่าน 92992 ครั้ง)
admin
Administrator
มัธยมต้น
*****
กระทู้: 115



อีเมล์
« เมื่อ: กันยายน 04, 2010, 07:26:43 AM »

สรุปย่อ กฎหมายลักษณพยาน
ชั้นจับกุม
๑.เจ้าพนักงานผู้จับกุมต้อง....
(๑) แจ้งข้อกล่าวหา และรายละเอียดแห่งการจับ
(๒) แจ้งสิทธิ์
(๒.๑) สิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้
(๒.๒) สิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ หรือผู้ที่จะเป็นทนายความ
๒.ผู้ถูกจับกุมมีสิทธิ.....ที่จะแจ้งให้ญาติ หรือผู้ซึ่งผู้ถูกจับไว้วางใจทราบถึงการจับกุมในโอกาศแรก
๓.สิทธิของผู้ต้องหา..... (๑)ทนาย (๒)เข้า (๓)เยี่ยม (๔)พยาบาล
๔.การจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย.....ไม่ทำให้การสอบสวนเสียไป แต่ทำให้การควบคุมของเจ้าพนักงานนั้นไม่ชอบ
๕.การคุมขังบุคคลใดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย.....(๑)อัยการ (๒)สอบ (๓)เรือนจำ (๔)อื่น สามารถยื่นคำร้องให้ปล่อยตัวได้ (ในเวลาที่ต้องขังอยู่)
๖.คำรับสารภาพในชั้นจับกุม.....ห้ามศาลรับฟังเพื่อลงโทษจำเลย
๗.บันทึกการจับกุม.....เป็นพยานเอกสาร และเป็นเอกสารราชการ
๘.การขูดลบ , ตกเติม , แก้ไข ในบันทึกการจับกุม....ถ้าถูกต้องตรงความจริง ศาลรับฟังได้
๙.พยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยชอบ แต่ได้มาจากการค้นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย....ห้ามศาลรับฟัง
๑๐.พยานหลักฐานที่ได้มาโดยอาศัยข้อมูล ที่เกิดขึ้น ที่ได้มา โดยมิชอบ....ห้ามศาลรับฟัง
๑๑.การจับ , การค้น แม้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่การสอบสวนกระทำโดยชอบ..........พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้อง

ชั้นสอบสวน
๑.ในชั้นสอบสวน ถ้าผู้ต้องหา ผู้เสียหาย พยาน ไม่สามารถพูด หรือเข้าใจภาษาไทยได้และไม่มีล่าม....ให้พนักงานสอบสวนจัดหาล่ามให้
๒.ล่ามจะต้อง.....สาบานคน หรือปฏิญานตนว่าทำหน้าที่โดยสุจริต จะไม่เพิ่มเติม หรือตัดทอนข้อความที่แปล และต้องลงลายมือชื่อในคำแปล มิฉะนั้นศาลรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้
๓.เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวน.....ที่จะให้พยานหรือผู้เสียหายสาบาน หรือปฏิญานตน ก่อนให้ปากคำ
๔.ในการปากคำพยาน , ผู้เสียหาย ......ห้ามพนักงานสอบสวน ตักเตือน พูดให้ท้อใจ หรือใช้กลอุบายอื่น เพื่อป้องกันมิให้บุคคลใดให้ถ้อยคำ ซึ่งอยากจะให้ด้วยความเต็มใจ

๕.ในการถามคำให้การของผู้ต้องหา......ห้ามพนักงานสอบสวน ทำหรือจัดให้ทำการใดๆ ซึ่งเป็นการล่อลวง ขู่เข็ญ ให้สัญญา กับผู้ต้องหา เพื่อจูงใจให้เขาให้การอย่างใดๆ ในเรื่องที่ต้องหานั้น หากฝ่าฝืนจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในชั้นพิจารณาไม่ได้
๖.การถามปากคำผู้เสียหาย หรือพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี พนักงานสอบสวนต้องจัดให้มี....นักจิต นักสังคม อัยการ เข้าร่วมในการสอบสวน มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบ
๗.คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือที่มีเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปีเป็นผู้ต้องหา......ก่อนถามคำให้การ พนักงานสอบสวนต้องถามผู้ต้องหาก่อนว่า มีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีต้องจัดหาให้
๘.การสอบสวนผู้ต้องหา....ต้องมีการแจ้งสิทธิ และแจ้งข้อกล่าวหา
๙.ถ้าไม่มีการแจ้งสิทธิ....จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้
๑๐.ถ้าไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา....ถือว่าการสอบสวนนั้นไม่ชอบ
๑๑.ศาลอาจรับฟังการซัดทอดของผู้ต้องหา ถึงผู้ต้องหาอื่น......ประกอบพยานหลักฐานอื่นได้
๑๒.ในชั้นสอบสวน.....ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้ทนายความ หรือผู้ที่ตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบสวนได้ และพนักงานสอบสวนต้องแจ้งสิทธินี้ให้ผู้ต้องหาทราบ ถ้าไม่แจ้งรับฟังไม่ได้
๑๓.ในคดีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง.....ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือผู้มีส่วนได้เสีย มีสิทธิขอทราบสรุปพยานหลักฐาน พร้อมความเห็นของพนักงานสอบสวน และอัยการ
๑๔.เมื่ออัยการได้ยื่นฟ้องแล้ว....ผู้เสียหายหรือผู้ต้องหา มีสิทธิตรวจ หรือคัดสำเนาคำให้การหรือเอกสารประกอบคำให้การของตนในชั้นสอบสวน
๑๕.ก่อนฟ้องคดีต่อศาล....เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่า
(๑) พยานบุคคลจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
(๒)ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
(๓) มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากศาล
(๔) มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
(๕) เป็นการยากแก่การนำพยานบุคคลนั้นมาสืบในภายหน้า
ทั้งอัยการ หรือผู้ต้องหามีสิทธิที่จะยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สืบพยานบุคคลไว้ก่อน

ชั้นพิจารณา
๑.บุคคลที่จะเป็นพยานได้.....ต้องเป็นผู้ที่สามารถเข้าใจและตอบคำถามได้ และต้องเป็นผู้ที่ได้เห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความในเรื่องที่จะให้การมาด้วยตัวเอง
๒.แม้จะเป็นชาวต่างประเทศ , เด็ก หรือคนปัญญาอ่อน ถ้าสามารถเข้าใจ และตอบคำถามได้....ศาลก็รับฟังเป็นพยานบุคคลได้
๓.คนหูหนวก หรือเป็นใบ้.....ก็สามารถเป็นพยานบุคคลได้
๔.คำให้การในชั้นสอบสวนของผู้เสียหาย หรือพยาน ปกติศาลจะไม่รับฟังเพราะเป็นพยานบอกเล่า เว้นแต่.....มีคำสั่งเป็นอย่างอื่น แต่ต้องฟังประกอบพยานหลักฐานอื่น
๕.พยานบอกเล่าที่ศาลยอมรับฟัง.....
(๑)คำบอกเล่าที่เป็นปฏิปักษ์ต่อผลประโยชน์ของผู้กล่าว
(๒)คำบอกเล่าถึงสิทธิสาธารณะ ที่ประชาชนมีอยู่ร่วมกัน
(๓)คำบอกกล่าวของผู้ตาย ที่กล่าวถึงในเรื่องที่ถูกทำร้าย ที่รู้สึกตัวว่ากำลังจะตาย
(๔)คำบอกเล่าที่ใกล้ชิดติดพันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
(๕)คำบอกเล่าถึงเครือญาติวงศ์ตระกูล
(๖)คำบอกเล่าถึงจารีตประเพณีท้องถิ่น
๖.ห้ามมิให้รับฟังพยานบอกเล่า เว้นแต่......
(๑)ตามสภาพแหล่งที่มา ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่า จะพิสูจน์ความจริงได้
(๒)มีเหตุจำเป็นเนื่องจากไม่สามารถนำพยานบุคคลมาเป็นพยานได้ และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
๗.ห้ามศาลรับฟังพยานหลักฐาน.....ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดครั้งอื่นๆ หรือความประพฤติในทางเสื่อมเสียของจำเลย แต่...ไม่ห้ามนำสืบเพื่อให้ศาลใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษ
๘.ในคดีอาญา.....โจทก์จะอ้างจำเลย (ในคดีเดียวกัน) เป็นพยานไม่ได้
๙.ศาลอาจรับฟังพยานบุคคลที่เป็นผู้ร่วมกระทำความผิด แต่ไม่ถูกฟ้อง ที่ให้การซัดทอดจำเลยว่ากระทำความผิด.....แต่มีน้ำหนักน้อย ต้องมีพยานหลักฐานอื่นประกอบ อีกทั้งหากการให้การนั้น มีเหตุจูงใจ เพื่อมิให้ตนต้องถูกดำเนินคดี คำให้การนั้นไม่อาจรับฟังได้
๑๐.ในคดีอาญาโจทก์มีภาระการพิสูจน์ให้เห็นว่า จำเลยเป็ยผู้กระทำความผิด และมีหน้าที่นำสืบก่อนเสมอ
เว้นแต่......จำเลยให้การว่า
(๑)กระทำความผิดขณะวิกลจริต ตาม ป.อ. ม.๖๕
(๒)กระทำความผิดขณะมึนเมา ตาม ป.อ. ม.๖๖
(๓)กระทำความผิดด้วยความจำเป็น ตาม ป.อ. ม.๖๗
(๔)กระทำความผิดโดยเหตุบันดาลโทสะ ตาม ป.อ. ม.๗๒
(๕)โจทก์ได้รับข้อสันนิษฐานที่เป็นคุณตามกฎหมาย
จำเลยจึงต้องมีหน้าที่นำสืบก่อน

๑๑.โจทก์ไม่ต้องนำสืบในกรณีต่อไปนี้......
(๑)ข้อเท็จจริงที่รู้กันอยู่ทั่วไป
(๒)ข้อเท็จจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้
(๓)ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันแล้ว
(๔)ในกรณีที่มีข้อสันนิษฐานทางกฎหมายเป็นคุณแก่ฝ่ายโจทก์
๑๒.ในคดีแพ่ง.....ผู้ใดกล่าวอ้างผู้นั้นนำสืบ เว้นแต่ รู้ ไม่อาจ รับ กับมีข้อสันนิษฐาน
๑๓.ในคดีอาญา....คู่ความต้องยื่นบัญชีระบุพยาน ๗/๑๕ ก่อนศาลพิพากษา
๑๔.ในคดีอาญา....การพิจารณา และสืบพยานในศาล ต้องทำโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย
๑๕.การที่โจทก์อ้างคำเบิกความของพยานในคดีอื่น หรืออ้างสำนวนคดีอื่นมาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดี ในการพิสูจน์ความผิดของจำเลย......โดยหลักแล้วถือว่าไม่ชอบ เพราะไม่ได้พิจารณาและสืบต่อหน้าจำเลย แต่ศาลรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นได้
๑๖.คำท้า.....ใช้ได้เฉพาะในคดีแพ่งเท่านั้น
๑๗.การชั่งน้ำหนักพยาน.....ปกติต้องเชื่อ คำประจักษ์พยานยิ่งกว่าคำผู้เชี่ยวชาญ เพราะประจักษ์พยานเป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง
๑๘.พยานที่ห้ามออกหมายเรียก......
(๑)พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ไม่ว่ากรณีรีใดๆ
( สูตรย่อว่า สมเด็จ)
(๒)พระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนา ไม่ว่ากรณีใดๆ (สูตรย่อว่า พระ)
(๓) ผู้ที่ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามกฎหมาย (สูตรย่อว่า คุ้ม)
สรุป สูตร = สมเด็จ พระ คุ้ม
๑๙.พยานที่ไม่ต้องสาบาน......
(๑)พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ( สูตรย่อว่า สมเด็จ)
(๒)บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี หรือบุคคลที่ศาลเห็นว่าหย่อนความรู้สึกผิดชอบ (สูตรย่อว่า ต่ำ ๑๕)
(๓)พระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนา (สูตรย่อ ว่าอรหันต์)
(๔)บุคคลซึ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าไม่ต้องให้สาบานหรือกล่าวคำปฏิญาณ (สูตรย่อว่า ตกลงกัน)
สรุป สูตรย่อ = สมเด็จ ต่ำ ๑๕ ว่าอรหันต์ ตกลงกัน ไม่ต้องสาบาน

พยานเอกสาร
๑.ตัวอย่างต่อไปนี้นี้ล้วนเป็นพยานเอกสาร....
ศิลาจารึก คำจารึกที่หลุมศพ ภาพถ่ายจดหมายติดต่อการเช่า หมายเลยที่พานท้ายปืน
ป้ายทะเบียนรถ บัตรเครดิต บันทึกตรวจสถานที่เกิดเหตุ บันทึกคำให้การชั้นสอบสวน
สมุดบัญชีเงินฝาก แผนที่เกิดเหตุ
๒.ต้นฉบับเอกสารเท่านั้นที่อ้างเป็นพยานหลักฐานได้.....ถ้าหาต้นฉบับไม่ได้ สำเนาที่รับรองว่าถูกต้อง หรือพยานบุคคลที่รู้ข้อความก็อ้างเป็นพยานได้
๓.การอ้างหนังสือราชการ....แม้ต้นฉบับจะมีอยู่ จะส่งสำเนาที่เจ้าหน้าที่รับรองว่าถูกต้องก็ได้ เว้นแต่หมายเรียกจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
๔.ข้อยกเว้น การรับฟังต้นฉบับเอกสาร.....
(๑)เมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตกลงกันว่าสำเนาเอกสารนั้นถูกต้องแล้ว (ตกลง)
(๒)ถ้าต้นฉบับเอกสารนำมาไม่ได้ เพราะถูกทำลายโดยเหตุสุดวิสัย หรือสูญหาย (สูญหาย , ทำลาย)
(๓)ต้นฉบับเอกสารอยู่ในความอารักขาหรืออยู่ในความควบคุมของทางราชการนั้น จะนำมาแสดงต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากทางราชการที่เกี่ยวข้องเสียก่อน (ราช)
(๔)เมื่อคู่ความฝ่ายที่ถูกคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้างอิงสำเนาเอกสารมาเป็นพยานหลักฐานยันตนมิได้คัดค้านการนำสำเนาเอกสารนั้นมาสืบ (ขาดคัดค้าน)
๕.ในคดีอาญา.....คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานเอกสารไม่ต้องส่งสำเนาเอกสารให้คู่ความอีกฝ่ายตรวจดูเหมือนในคดีแพ่ง
๖.ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์...พยานเอกสารที่นำสืบในชั้นพิจารณาไม่มีกฎหมายบังคับว่าจะต้องเป็นเอกสารที่พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนแล้วและอยู่ในสำนวนการสอบสวนเท่านั้นจึงจะรับฟังได้
๗.ในคดีอาญาแม้พยานเอกสารมิได้ปิดอากรแสตมป์.....ศาลก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้

พยานวัตถุ
๑.พยานวัตถุ หมายความถึง....วัตถุสิ่งของที่คู่ความอ้างเป็นพยาน รวมทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์
๒.ตัวอย่างเหล่านี้เป็นพยานวัตถุ....
ธนบัตรของกลางที่ใช้ล่อซื้อ ของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิด ร่องรอยที่เกิดจากการชนกัน
สำเนาโพยสลากกินรวบ ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ ภาพถ่ายบุคคล
ภาพถ่ายรถยนต์ อาวุธปืน , มีด , เลือด ร่างกายมนุษย์
คราบเลือด เทปบันทึกเสียง บาดแผล
๓.พยานวัตถุเกิดขัดแย้งกับพยานบุคคล....ปกติศาลต้องถือว่าพยานวัตถุมีน้ำหนักมากกว่า

พยานผู้เชี่ยวชาญ
๑.พยานผู้เชี่ยวชาญ.....บุคคลผู้มีความเชี่ยวชาญในการใดๆ เช่น วิทยาศาสตร์ การแพทย์ ฝีมือ พาณิชยการ การศิลปะ หรือ กฎหมายต่างประเทศ
๒.ในคดีอาญา.....พยานผู้เชี่ยวชาญจะทำความเห็นเป็นหนังสือก็ได้ แต่ต้องส่งสำเนาให้คู่ความอีกฝ่ายทราบ และต้องมาเบิกความประกอบหนังสือนั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็น
๓.ในกรณี ความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุก.....หากมีความจำเป็นต้องใช้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงใด ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ทำการตรวจได้
๔.หากคู่ความฝ่ายใดไม่ยินยอม หรือปัดป้องไม่ยอมให้ตรวจ.....ให้สันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่า ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่คู่ความฝ่ายตรงข้ามกล่าวอ้าง

หลักทั่วไป
๑.ในการสืบพยาน.....ศาลเป็นผู้สืบ จะสืบในศาลหรือนอกศาลก็ได้
๒.คู่ความหรือพยานฝ่ายใด จะต้องให้การหรือส่งพยานหลักฐานต่อไปนี้.....
(๑)เอกสาร หรือข้อความที่ยังเป็นความลับของทางราชการอยู่
(๒)เอกสาร หรือข้อความลับ ที่ได้มาหรือทราบเนื่องในอาชีพ หรือในหน้าที่ของเขา
(๓)วิธีการ แบบแผน หรืองานอย่างอื่นซึ่งกฎหมายคุ้มครองไม่ยอมให้เปิดเผย
คู่ความหรือบุคคลนั้นมีอำนาจไม่ยอมให้การหรือส่ง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความลับนั้น





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 07, 2010, 08:32:55 AM โดย admin » บันทึกการเข้า
boon6081
อนุบาล
*
กระทู้: 1


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 05, 2010, 12:16:22 PM »

ขอบคุณครับ/ขอกุศลผลบุญส่งผลให้ท่านผู้แบ่งปันประสบผลสำเร็จตามปราถนาด้วยเทอญ
มหาอุต
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
มัธยมต้น
*****
กระทู้: 115



อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 06, 2010, 11:21:34 AM »

พยานในส่วนของ อาญา

http://www.sittigorn.net/documents/evi_cri_milkyway.pdf


พยานในส่วนของ แพ่ง

http://www.sittigorn.net/documents/evi_civil_milkyway.pdf
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
มัธยมต้น
*****
กระทู้: 115



อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 16, 2010, 08:55:13 PM »

คำเฉลยชุดนี้ ยังไม่ได้ปรับปรุงเเก้ไขตามกฎหมายใหม่
เเต่เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้สอบไว้ใช้ในการทบทวนเนื้อหาและกรอบโดยรวมครับ
กฎหมายลักษณะพยาน
1.กฎหมายลักษณะพยานเป็นกฎหมายที่จัดอยู่ใน
ก. กฎหมายลักษณะสาระบัญญัติ ข. กฎหมายวิธีสบัญญัติ
ค. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ง. ประมวลกฎหมายอาญา
ตอบ(ข.) กฎหมายวิธีสบัญญัติ
ข้อสังเกต ความหมายของกฎหมายวิธีสบัญญัติ คือ ระเบียบปฏิบัติที่ศาลใช้เพื่อการค้นคว้าหาความยุติธรรม กฎหมายลักษณะพยานเป็นระเบียบที่ศาลใช้เพื่อการดังกล่าวข้างต้น
2.หลักเกณฑ์คำรับสารภาพของผู้ต้องหาชั้นสอบสวน คือ
ก. ต้องรับสารภาพในข้อกล่าวหานั้น ข. ต้องรู้ตัวว่าตกอยู่ในฐานะผู้ต้องหา
ค. รับสารภาพด้วยความสมัครใจ ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ(ง.) ถูกทุกข้อ ข้อสังเกต ดูวิอาญามาตรา 133 - 135
3.ปัญหาที่ว่ายานพาหนะของจำเลยมีการบรรทุกจนน่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคล ยานพาหนะอันเข้า
หลักเกณฑ์ความผิดอาญาเป็นปัญหา
ก. ข้อเท็จจริง ข. ข้อกฎหมาย
ค. ข้อกล่าวหา ง. ข้อโต้เถียง
ตอบ(ข.) ปัญหาข้อกฎหมาย ข้อสังเกต ปัญหาข้อกฎหมาย คือ ปัญหาที่ไม่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริง หรือหลักฐานใดอีก จากโจทย์ศาลวินิจฉัยได้ทันทีโดยไม่ต้องฟังข้อเท็จจริงใดอีก
4. คำเบิกความของผู้ชำนาญการ
ก. ศาลรับฟังลงโทษจำเลยได้ทันที
ข. ใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบกับพยานอื่น ๆ ลงโทษจำเลยได้
ค. ไม่น่าให้ศาลรับฟังเพราะไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ
ง. น่ารับฟังเพราะเป็นผู้มีความรู้หลาย ๆ เรื่อง
ตอบ (ข.) ใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบกับพยานอื่น ๆ ลงโทษจำเลย
ข้อสังเกต ผู้ชำนาญการคือพยานบุคคล ศาลรับฟังได้แต่จะมีน้ำหนักเพียงใดเป็นเรื่องต้องวินิจฉัยอีก
5. เหตุขัดข้องที่ศาลไม่ยอมให้เลื่อนวันสืบพยาน คือ
ก. พยานมีกิจธุระส่วนตัว ซึ่งเป็นการจำเป็นที่จะผ่อนผันมาให้การไม่ได้จริง ๆ
ข. พยานติดราชการส่วนตัวซึ่งจะละทิ้งเสียในเวลาศาลนัดสืบไม่ได้จริง ๆ
ค. พยานป่วยไข้มีอาการหนักไม่สามารถจะมาศาลได้จริง ๆ ง. มีธุระส่วนตัวทางราชการ
ตอบ (ง.) ข้อสังเกต การขอเลื่อนต้องเป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นจริง ๆ

6. ประเด็นของกฎหมายลักษณะพยาน แบ่งออกเป็นกี่ประการอะไรบ้าง
ก. สองประการคือ ประเด็นแห่งคดี และประเด็นแห่งข้อพิพาท
ข. สองประการคือประเด็นแห่งข้อกฎหมาย และประเด็นแห่งข้อเท็จจริง
ค. สองประเด็นคือ ประเด็นแห่งโจทก์ และประเด็นแห่งจำเลย
ง. สามประการ คือ ประเด็นแห่งคดี ประเด็นข้อกฎหมาย ประเด็นแห่งข้อเท็จจริง
ตอบ (ก.) สองประการคือ ประเด็นแห่งคดี และประเด็นข้อพิพาท
ข้อสังเกตประเด็นแห่งคดีคือข้ออ้างของโจทก์ก็ตามคำฟ้อง และข้อโต้แย้งของจำเลยในคำให้การ ประเด็นแห่งข้อพิพาท คือ ข้อทุ่มเถียงระหว่างโจทก์ และ จำเลย โปรดดูวิแพ่ง มาตรา 183
7. พยานบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษในคดีแพ่ง เรียกว่า
ก. ผู้ชำนาญการ ข. ผู้ชำนาญการพิเศษ ค. ผู้เชี่ยวชาญ ง. ผู้ชำนาญพิเศษ
ตอบ(ค.) ผู้เชี่ยวชาญ
ข้อสังเกต มาตรา 129 และ 130 วิแพ่ง เรียกพยานบุคคลประเภทนี้ว่า "ผู้เชี่ยวชาญ" แต่ วิอาญามาตรา 243 เรียกว่า "ผู้ชำนาญการพิเศษ"
8.ในคดีอาญาไม่มีตัวบทเรื่องยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลดังนั้นไม่ว่าโจทก์หรือจำเลยในคดีอาญา จะต้องยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาล หรือไม่
ก. โจทก์ไม่ต้องยื่น ข. จำเลยไม่ต้องยื่น
ค. ทั้งโจทก์และจำเลยต้องยื่น ง. โจทก์เท่านั้นจะต้องยื่นต้นฉบับให้ศาลรวมไว้ในสำนวนความ
ตอบ(ค.) ทั้งโจทก์และจำเลย ข้อสังเกต วิอาญา มาตรา 15 ให้นำวิแพ่งมาใช้ด้วยในกรณีที่วิอาญาไม่ได้กำหนดการยื่นบัญชีระบุพยานนี้ ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาจึงต้องยื่นบัญชีระบุพยาน และ ทั้งโจทก์และจำเลยต้องยื่นบัญชีระบุพยาน ตามมาตรา 88 วิแพ่ง แต่คดีอาญาจำเลยในทางปฏิบัติอาจไม่ต้องทำตามมาตรา 88 วิแพ่งอย่างเคร่งครัด
9. พยานศาล ท่านเข้าใจว่าอย่างไร
ก. พยานที่ศาลเรียกมาเบิกความโดยไม่มีฝ่ายใดอ้าง ข. พยานที่โจทก์อ้าง
ค. พยานที่จำเลยอ้าง ง. ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.
ตอบ (ก.) พยานที่ศาลเรียกมาเบิกความโดยไม่มีฝ่ายใดบ้าง
10. การนำสืบพยานในศาลคนละวันจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่เพียงไร
ก. รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้
ข. รับฟังได้ส่วนจะมีน้ำหนักเพียงไรนั้นก็แล้วแต่พฤติการณ์
ค.รับฟังไม่ได้เพราะอาจมีการแนะนำเสี้ยมสอนกันว่าคนแรกเบิกความอย่างไรให้คนหลังเบิกความตาม ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก
ตอบ(ข.) รับฟังได้ส่วนจะมีน้ำหนักเพียงใดนั้นก็แล้วแต่พฤติการณ์

11. คำสารภาพอย่างไร จะฟังเป็นหลักฐานลงโทษผู้รับสารภาพนั้นได้
ก. คำรับสารภาพของผู้ต้องหาชั้นสืบสวน
ข. คำรับสารภาพของจำเลยต่อศาลในชั้นพิจารณา
ค. คำรับสารภาพของผู้ต้องหาต่อพนักงานสอบสวน
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ข.)ข้อสังเกต ดู วิอาญา มาตรา 176
12. กรณีคู่ความลืมส่งสำเนาการอ้างพยานเอกสารให้แก่ศาล จะมีผลอย่างไร
ก. ไม่สำคัญนัก ข. ศาลจะไม่เตือนให้ส่ง
ค. ศาลจะคำนึงเป็นข้อสำคัญ
ง. คู่ความอาจคัดค้านได้ว่าคู่ความฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
ตอบ (ก.)ข้อสังเกต แต่หากศาลสั่งให้ส่งสำเนาให้อีกฝ่ายหนึ่ง ตามวิอาญา 240 แล้วไม่ปฏิบัติตาม ศาลอาจจะไม่รับเอกสารนั้นพิจารณาได้ ตามนัยคำพิพากษา 393/2484
13. กรณีเสร็จการสืบพยานแล้ว แต่คู่ความประสงค์จะอ้างพยานเพิ่มหลังระยะเวลานั้น ข้อใดต่อไปนี้ที่ไม่เข้าหลักขออ้างพยานเพิ่ม
ก. ทำคำขอเป็นคำร้อง ข. แสดงเหตุผลว่าเหตุใดจึงยื่นไม่ทัน
ค. ศาลต้องถามคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ง. คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งต้องทำเป็นคำขอด้วย
ตอบ (ง.) คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งต้องทำเป็นคำขอด้วย
14. หากยื่นบัญชีระบุพยานล่าช้า คู่ความฝ่ายใดมีเหตุอันควรเพื่อประโยชน์ของตน คู่ความฝ่ายนั้นจะยื่นคำร้องของศาลได้หรือไม่
ก. ได้ เวลาใดก็ได้ก่อนพิพากษาคดี ข.ไม่ได้พราะต้องยื่นก่อนวันสืบพยาน ๓ วัน
ค. ได้ แต่ต้องอ้างเหตุอันควรให้ศาลเชื่อ ง. ไม่ได้เพราะขัดต่อ ป. วิ. แพ่ง ม. ๘๘ วรรคสาม
ตอบ(ก.)ได้ เวลาใดก็ได้ก่อนพิพากษาคดี
15. ในเรื่องเครื่องหมายการค้า รูปลักษณะเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จำเลยคล้ายคลึงกัน อันจะแสดงว่าจำเลยเลียนของโจทก์หรือไม่นั้น เป็นข้อเท็จจริงชนิดใด
ก. เป็นข้อเท็จจริงที่ศาลไม่สามารถรู้ได้เอง ต้องอาศัยชำนาญการตรวจพิสูจน์
ข. เป็นข้อเท็จจริงที่ศาลพึงพิจารณารู้ได้เองเช่นบุคคลทั่วไปควรจะรู้กันศาลเพียงแต่ตรวจรูปลักษณะเครื่องหมายการค้า ประกอบพยานเอกสารโดยไม่ต้องสืบพยานบุคคล
ค. เป็นข้อเท็จจริงที่ศาลรับรู้เองเพราะเครื่องหมายการค้าต้องจดทะเบียนไว้กับกระทรวงพาณิชย์
ง. ข้อ ข. และ ค.
ตอบ (ข.)


16. โจทก์ฟ้องว่าให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ในเคหสถาน จำเลยให้การว่าได้ลักทรัพย์ไปจริง แต่อ้างว่าทรัพย์ที่ได้เอาไปมีจำนวนน้อยกว่าทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาล ถ้าท่านเป็นศาลท่านจะแปลคำให้การของจำเลยว่าเป็นคำรับแค่ไหน เพียงใด
ก. ถือว่าเป็นการปฏิเสธ เพราะจำนวนของทรัพย์เกี่ยวข้องกับการที่ศาลจะใช้ดุจพินิจในการ
กำหนดโทษจำเลยและเรียกราคาทรัพย์หรือสินทรัพย์แทนใจทก์
ข. ถือว่าจำเลยรับสารภาพเพราะทรัพย์ที่ได้เอาไปจะมากน้อยเพียงใดก็เป็นความผิดตามข้อหา
นั้นแล้ว ถ้าโจทก์ยังติดใจในจำนวนของทรัพย์อยู่ในโจทก์ก็ต้องนำสืบในเรื่องนี้
ค. ถือว่าจำเลยภาคเสธ เพราะเป็นคำให้การที่รับในข้อเท็จจริงบางส่วน
ง. คำให้การของจำเลยคลุมเครือต้องจกประโยชน์ให้จำเลย
ตอบ (ข.)
17. พยานประพฤติเหตุแวดล้อมกรณี หมายถึง
ก. พยานที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตลอด
ข. พยานที่ได้ยินคนเล่าต่อกันมาเป็นทอด ๆ
ค. พยานที่ปรากฏข้อเท็จจริงแต่ละข้อเมื่อได้แสดงข้อเท็จจริงทุกข้อแล้วทำให้เห็นข้อเท็จจริงในประเด็นได้
ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก
ตอบ(ข.)
18. คำท้าในข้อใดที่ไม่ถูกต้อง
ก. ท้ากันในเรื่องไม่พ้นวิสัย ข. ท้ากันในลักษณะไม่เป็นการพนันขันต่อ
ค. ท้ากันให้สาบาน ง. ทำให้ออกกำลังต่อสู้กัน
ตอบ(ง.) ข้อสังเกต การทำต้องเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาหรือ ประเด็นข้อพิพาท
19. ข้อใดถูกที่สุด
ก. การที่จำเลยนิ่งเฉยในทางอาญาถือว่าจำเลยรับสารภาพ
ข. การที่จำเลยนิ่งเฉยในทางแพ่งถือว่าจำเลยปฏิเสธ
ค. การที่จำเลยนิ่งในทางอาญาหรือทางแพ่งถือว่ารับสารภาพเหมือนกัน
ง. การที่จำเลยนิ่งในทางแพ่งถือว่าจำเลยยอมรับโดยปริยาย
ตอบ(ง.)ข้อสังเกต การพึ่งทางแพ่งถือว่ายอมรับ การนิ่งทางอาญาถือว่าปฏิเสธ
20. การสืบพยานต้องเป็นไปโดย
ก. ไม่เปิดเผย ข. เปิดเผย ค. เปิดเผยก็ได้ ไม่เปิดเผยก็ได้ ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.)ข้อสังเกต การพิจารณากับทำได้ตาม มาตรา 177 วิอาญา


21.นาย ก. ซื้อของจาก ข. โดยมีใบเสร็จราคา 300 บาท ได้รับเงินแล้วลงชื่อ ข. ต่อมา ข. อ้างว่าความจริงของที่ซื้อราคา 600 บาท แต่ ก. ซื้อโดยชำระก่อน 300 บาท จึงออกใบเสร็จราคา 300 บาทให้ ความจริงยังมีราคาที่ไม่ชำระอยู่อีก 300 บาท ข. จะนำพยานบุคคลมาสืบเพื่อเติมข้อความในใบเสร็จ
ก. ได้ ข. ไม่ได้ ค. ผิดทุกข้อ ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ก.) ข้อสังเกต ตามมาตรา 94 วิแพ่ง
22. การสืบพยานเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร.....แต่การสืบพยานหักล้างเอกสาร….
ก. สืบได้ สืบไม่ได้ ข. สืบไม่ได้ สืบได้
ค. สืบได้ สืบได้ ง. สืบไม่ได้ สืบไม่ได้
ตอบ (ข.) ข้อสังเกต ตามมาตรา 94 วิแพ่ง
23. สิ่งที่ปรากฏแก่ศาลโดยข้อสันนิษฐานเป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใดนั้น หมายถึง
ก. เป็นข้อสันนิษฐานของศาลนั้นเองว่าจำเลยบริสุทธิ์ เมื่อมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
ข. ข้อสันนิษฐานที่กฎหมายบัญญัติไว้ในกฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษร
ค. ข้อสันนิษฐานตามข้อเท็จจริงอันเป็นข้อสันนิษฐานที่เกิดขึ้นโดยเหตุผลแห่งคดี
ง. ข้อ ข. และ ค. ถูก
ตอบ (ง.) ข้อสันนิษฐานตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นลาลักษณ์อักษร
24. สิ่งที่ปรากฏแก่ศาลโดยศาลรับรู้เอง คู่ความไม่ต้องสืบพยานหลักฐานของตนมีทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายที่ศาลรับรู้เองนั้น หมายถึง
ก. กฎหมายไทยที่ประกาศให้ใช้บังคับแก่ประชาชนทั่วไปในราชกิจจานุเบกษาแผนกสามัญ
ข. หลักกฎหมายทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔ วรรคท้าย
ค. กฎหมายไทยที่ประกาศให้ใช้บังคับแก่ประชาชนทั่วไปในราชกิจจานุเบกษาแผนกกฤษฎีกา
ง. ข้อ ข. และ ค. ถูก
ตอบ(ค.)กฎหมายไทยที่ประกาศให้ใช้บังคับแก้ประชาชนทั่วไปในราชกิจจานุเบกษาแผนกกฤษฎีกา
ข้อสังเกตบทกฎหมายเป็นสิ่งที่ต้องถือว่าศาลรู้เองไม่ต้องนำสืบพยานหนังสือราชกิจจา นุเบกษา แผนกกฤษฎีกา สำหรับประกาศใช้กฎหมาย"
25. บุคคลซึ่งมีเอกสิทธิจะไม่ไปศาลตาม ป.วิ.แพ่ง ม. 106 แต่ต้องอ้างเหตุให้ทราบ
ก. ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ข. พระภิกษุสามเณร
ค. ทูต ง. บุคคลที่เจ็บป่วย
ตอบ(ง.)ข้อสังเกต ตามข้อ ก. และ ข. เป็นเอกสิทธิ์โดยสมบูรณ์ ตามวิ แพ่ง ม. 108 แต่ ข้อ ค. นั้นเป็นตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วน ง. ต้องอ้างเหตุ


26. พยานบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษในคดีอาญา เรียกว่า
ก. ผู้มีความรู้พิเศษ ข. ผู้ชำนาญการพิเศษ
ค. ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ง. ผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษ
ตอบ(ข.)ผู้ชำนาญการพิเศษ
27. คดีทุกคดีที่ศาลจะต้องพิเคราะห์เพื่อวินิจฉัยพิพากษานั้น มีสิ่งที่ต้องวิเคราะห์อยู่ 2 ข้อ คือ
ก. น้ำหนักพยานหลักฐานฝ่ายโจทก์ และน้ำหนักพยานหลักฐานฝ่ายจำเลย
ข. คำรับสารภาพจำเลย และ พยานหลักฐานฝ่ายโจทก์
ค. คำรับสารภาพจำเลย และ ข้อกฎหมาย
ง. ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย
ตอบ(ง.)
28. คำว่า “พยาน” กับคำว่า “พยานหลักฐาน” มีความหมายเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร
ก. มีความหมายเหมือนกัน
ข. คำว่า “พยาน” หมายความถึงพยานบุคคลเท่านั้น ส่วนคำว่า “พยานหลักฐาน หมายความว่าถึงพยานเอกสารหรือพยานวัตถุ
ค. คำว่า “พยาน” หมายความถึงพยานบุคคล ส่วนคำว่า “พยานหลักฐาน หมายความถึง พยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานวัตถุ
ง. คำว่า“พยาน”หมายความถึงพยานบุคคล พยานเอกสารพยานวัตถุ ส่วนคำว่า “พยานหลักฐาน” หมายความถึงพยานบุคคลเท่านั้น
ตอบ(ค.)ข้อสังเกต พยาน = Withers พยานหลักฐาน Evidence เดิมไทยใช้ พรบ. ลักษณะพยาน ร.ศ. 113 ใช้คำว่า พยานอย่างเดียว
29. การตรวจสถานที่เป็นพยานประเภท
ก. พยานบุคคล ข. พยานเอกสาร ค. พยานวัตถุ ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ(ค.)ข้อสังเกต สิ่งต่าง ๆ ที่มิใช่บุคคลและเอกสาร คือ พยานวัตถุ
30. ในทางแพ่งกรณีที่โจทก์กล่าวหาเป็นประเด็นไว้ ถ้าจำเลยมิได้ให้การปฏิเสธในประเด็นที่ถูกกล่าวหานั้น จะมีผลอย่างไร
ก. ถือว่าจำเลยไม่ปฏิเสธประเด็นนั้น มีผลว่าจำเลยยอมรับตามประเด็นโดยปริยาย
ข. ถือว่าจำเลยไม่ยอมรับตามประเด็น
ค. ศาลต้องถามว่าจำเลยรับหรือไม่ ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ(ก.)



30. ในคดีแพ่งคดีที่มีทุนทรัพย์ตั้งแต่ ๒,๐๐๐ ล้านบาทข้นไป ถ้าจำเลยรับตามฟ้องแล้วต้อง
สืบพยานต่ออีกหรือไม่
ก. ต้องสืบพยาน เนื่องจากเป็นคดีมีทุนทรัพย์มาก
ข. ไม่ต้องสืบพยาน
ค. จะสืบหรือไม่สืบก็ได้
ง. ข้อ ก. และ ค. ถูก
ตอบ(ข.)ข้อสังเกต กรณีคดีอาญาตามวิอาญา มาตรา 176 หากโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป
31. ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ หากจำเลยให้การรับสารภาพศาลจะทำได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนดอัตราโทษไว้อย่างไร
ก. อัตราโทษอย่างต่ำตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป ข. อัตราโทษอย่างสูงจำคุกไม่เกิน ๕ ปี
ค. อัตราโทษอย่างสูงจำคุกไม่เกิน ๓ ปี ง. ข้อ ข. และ ค. ถูก
ตอบ (ข.)ข้อสังเกต โจทย์ถามถึงกรณีที่ศาลพิพากษาได้ เป็นการเล่นถ้อยคำในการออกข้อสอบ แต่หากเข้าใจหลัก ม. 176 วิอาญา แล้วก็จะตอบได้
33. พยานอย่างไรที่ถือว่ามีน้ำหนักมากที่สุดในการพิจารณาคดีของศาล
ก. พยานบอกเล่า ข. พยานแวดล้อม
ค. ประจักษ์พยาน ง. พยานผู้เชี่ยวชาญ
ตอบ (ค.)ข้อสังเกต ประจักษ์พยานถือเป็นพยานโดยตรง และเป็นการพิสูจน์ ข้อเท็จจริงจากบุคคลที่ได้รู้ข้อเท็จจริงนั้น
34. ข้อใดที่ถูกต้องที่สุด
ก. ผู้เชี่ยวชาญที่ศาลตั้งในคดีแพ่งอาจแสดงความเห็นเป็นหนังสือส่งมาศาลโดยไม่ต้องเบิกความก็ได้
ข. ผู้เชี่ยวชาญซึ่งคู่ความอ้างในคดีแพ่ง อาจแสดงความเห็นเป็นหนังสือส่งมาศาลโดยไม่ต้องมาเบิกความก็ได้
ค. ผู้ชำนาญการพิเศษในคดีอาญา ทำความเห็นเป็นหนังสือส่งมาศาลโดยไม่ต้องมาเบิกความก็ได้
ง.ผู้ชำนาญการพิเศษในคดีอาญา ที่ศาลตั้งเพียงแต่ความเห็นเป็นหนังสือโดยไม่ต้องมาเบิกความก็ได้
ตอบ(ก.)ข้อสังเกต โปรดดูมาตรา 130 วิแพ่ง และ กรณีคดีอาญาพิจารณาตาม มาตรา 243 วิอาญา ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ผู้ชำนาญการพิเศษ ทำความเห็นเป็นหนังสือได้แต่ต้องเบิกความประกอบหนังสือนั้น





35. การรับฟังพยานบอกเล่าในกรณีที่เป็นคำรับ มีหลักเกณฑ์แห่งการรับฟังอย่างไร
ก.จะต้องเป็นคำบอกเล่าของคู่ความหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเสมือนตัวคู่ความและเป็นการ
นำสืบเพิ่มยันเอาคู่ความนั้น
ข. จะเป็นคำกล่าวของผู้ใดก็ได้ แม้จะจะไม่เกี่ยวข้องกับคดี
ค. จะต้องเป็นคำบอกเล่าในข้อเท็จจริงใด ๆ ก็ได้
ง. ข้อง ก. และ ข. ถูก
ตอบ(ง.)ข้อ ก. และ ข. ถูก
36. บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า...ปีไม่ต้องสาบานตัว
ก. 13 ปี ข. 14 ปี ค. 15 ปี ง. 16 ปี
ตอบ (ข.) 14 ปีข้อสังเกต มาตรา 112 วิแพ่งนอกจากนี้บุคคลต่อไปนี้ไม่ต้องสาบาน บุคคลหย่อนความรู้สึกยึดและชอบพระสามเณรหรือบุคคลซึ่งคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าไม่ต้องให้สาบาน
37. การเบิกความต้องทำด้วยวาจา เว้นแต่
ก. เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ ข. ได้รับอนุญาตจากศาล
ค. เบิกความเกี่ยวกับตัวเลข สถิติ แต่ต้องขออนุญาตจากศาลก่อน
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบที่ถูกต้อง ต้องตอบ (ก) และ (ข) เนื่องจาก มาตรา 113 วิแพ่งกำหนดให้ไม่ต้องเบิกความด้วยวาจาได้
38. คนที่พูดภาษาไทยไม่รู้เรื่องจะให้การเป็นพยานได้หรือ
ก. ไม่ได้ ข. ได้
ค. ได้ โดยมีล่ามแปล ง. ไม่ได้ถึงแม้จะมีล่ามแปล
ตอบ(ค.) ได้โดยมีล่ามข้อสังเกตมาตรา 46 วิแพ่ง
39. พยานบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปได้รู้ได้เห็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในขณะเดียวกันและได้รู้เห็นการณ์นั้นอย่างเดียวกัน เรียกว่า
ก. พยานร่วม ข. พยานคู่ ค. พยานสมทบ ง. พยานพิเศษ
ตอบ(ข.) พยานคู่
40. พยานที่มาให้การในเรื่องที่พยานนั้นได้ยินได้ฟังจากคนอื่นที่เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังอีกทอดหนึ่ง เรียกว่า
ก. พยานเหตุผลหรือพยานแวดล้อมกรณี ข. พยานบอกกเล่า
ค. พยานเดี่ยว ง. พยานทางอ้อม
ตอบ(ข) พยานบอกเล่า

41.สิ่งต่อไปนี้ข้อใดเป็นพยานเอกสาร
ก. รูปร่างลักษณะบุคคล ข. ภาพถ่ายห้องพิพาท
ค. แผนที่สังเขปแสดงที่เกิดเหตุ ง. ถูกเฉพาะข้อ ข. และ ข้อ ค.
ตอบ (ค) ข้อสังเกต พยานเอกสาร นั้นคือ ข้อความใด ๆ ซึ่งศาลอาจตรวจดูได้จากตัวหนังสือหรือรูปรอยอย่างใดอย่างหนึ่งที่จารึกไว้ในกระดาษหรือวัตถุอื่น ซึ่งทำให้เข้าใจความหมายต่าง ๆ นั้นได้ ภาพถ่ายเป็นพยานวัตถุตามแนวคำพิพากษาฎีกาที่ 840/24999
42. บุคคลใดบ้างที่ใช้เป็นพยานไม่ได้
ก.ชาวต่างประเทศ ข. หูหนวกและเป็นใบ้ ค. คนป่วยเจ็บ ง.ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ(ง.) ข้อสังเกต การเข้าเป็นพยาน กับ น้ำหนักของพยานเป็นเฉพาะเรื่องกัน
43. ข้อใดบ้างต่อไปนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
ก. ปัญหาที่ว่านายตำรวจผู้ทำการสอบสวนจะมีอำนาจสอบสวนหรือไม่
ข. คำถามที่ศาลเป็นถามก่อนผู้ถามคนอื่น ๆ
ค. ปัญหาว่าจำเลยได้สมคบกันกระทำผิดหรือไม่
ง. ฟ้องของโจทก์ก็มีมูลคดีในทางอาญาหรือไม่
ตอบ(ค.)
44. คำถามนำ หมายถึง
ก. คำถามที่องตอบตามที่ผู้ถามได้แนะนำไว้ก่อน
ข. คำถามที่ศาลเป็นผู้ถามก่อนผู้ถามคนอื่น ๆ
ค. คำถามที่ถามแนะทางให้ผู้ตอบ ตอบตามความต้องการของตน
ง. คำถามที่ผู้ตอบต้องให้ผู้ถามอธิบายให้ฟ้ง
ตอบ (ก.)
45. เอกสารที่ไม่ใช่เอกสารมหาชน
ก. เช็คธนาคารกรุงเทพฯ ข. ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ ค. ทะเบียนสมรส ง. ปริญญาบัตร
ตอบ (ก.)
46. สัญญาจดทะเบียนโอนขายที่ดินตามโฉนดและจดทะเบียนจำนองเป็นเอกสารอะไร
ก. เอกสารเอกชน ข. เอกสารธรรมดา ค. เอกสารมหาชน ง. เอกสารราชการ
ตอบ(ค.) เอกสารมหาชน ข้อสังเกต เอกสารมหาชน คือ เอกสารซึ่งกระทำโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้มีอำนาจในเรื่องที่เกี่ยวกับประชาชนและเพื่อประชาชน ตัวอย่างเช่น หลักฐานทางทะเบียน รายงานทางราชการ โจทก์ข้อนี้มาจากคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 616/2521



47. นายมา จำเลยคดีฆ่าผู้อื่น ได้ให้การปฏิเสธต่อศาลว่า ในวันเวลาเกิดเหตุ ข้าฯ นั่งรับประทาน
อาหารอยู่กับนายแสง นายใส ดังนี้เป็นข้อเท็จจริง
ก. เกี่ยวเนื่องกับประเด็น ข.ในประเด็น ค.นอกประเด็น ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ(ก.) เกี่ยวเนื่องกับประเด็น ข้อสังเกต หมายถึง ข้อเท็จจริงที่มิใช่เนื้อหาโดยตรง แต่เป็นเรื่องที่เมื่อสืบแล้วแล้วก็จะนำไปสู่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงในประเด็นได้
48. ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวเนื่องกับประเด็น คือ
ก. ข้อเท็จจริงที่ตรงกันข้ามกับประเด็น คือไม่ใช่ประเด็น
ข. ข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การพิสูจน์ ว่าข้อเท็จจริงในประเด็นมีอยู่หรือไม่
ค. ข้อเท็จจริงในประเด็นซึ่งเป็นเหตุให้จำเลยรับสารภาพ
ง. ข้อเท็จจริงที่มีรายละเอียดในคำฟ้อง
ตอบ(ข.)
49. คำว่า นัดชี้สองสถาน คือ ศาลดำเนินการดังนี้
ก. ศาลชี้แจงให้จำเลยรับสารภาพเสีย
ข. ศาลนัดแจ้งให้จำเลยนำพยานเข้าสอบก่อนโจทก์
ค. ศาลนัดแจ้งให้โจทก์นำพยานเข้าสืบก่อนจำเลย
ง. ศาลนัดกะประเด็นว่า ประเด็นใดฝ่ายใดนำสืบก่อนนำสืบหลัง
ตอบ(ง.)
50. นายตี๋เป็นพยานในกรณีรถยนต์เฉี่ยวกัน นายตี๋ให้การว่าตนเห็นแต่รถยนต์ของจำเลยคันหนึ่ง วิ่งมาทางซีกขวาของถนนซึ่งผิดกฎการจราจร แต่ขณะรถเฉี่ยวกันนั้นพยานไม่เห็นนายตี๋เป็นพยานประเภทใด
ก. ประจักษ์พยาน ข. พยานพฤติเหตุแวดล้อมกรณี
ค. พยานบอกเล่า ง. พยานความเห็น
ตอบ(ข.) พยานพฤติเหตุแวดล้อมกรณีข้อสังเกต เป็นพยานซึ่งแสดงข้อเท็จจริงซึ่งทำให้ศาลพึงสันนิษฐานถึงข้อเท็จจริงในคดีได้
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
มัธยมต้น
*****
กระทู้: 115



อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 16, 2010, 08:56:49 PM »

51. โจทก์นำเทปบันทึกเสียงของจำเลยที่ให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวน ไปเปิดให้ศาลฟัง เทปบันทึกเสียงเป็นพยานประเภท
ก. พยานบุคคลเพราะเป็นเสียงจำเลยให้ถ้อยคำ
ข. พยานวัตถุเพราะนำเทปไปแสดงต่อศาล
ค. พยานเอกสารเพราะมีข้อความให้ศาลฟัง
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ข) พยานวัตถุ ข้อสังเกต พยานวัตถุคือ วัตถุใดๆ ซึ่งมิใช่เอกสารซึ่งคู่ความส่งให้ศาลตรวจ

52.หลักเกณฑ์คำรับสารภาพของผู้ต้องหาชั้นสอบสวน คือ
ก. ต้องรับสารภาพในข้อกล่าวหานั้น
ข. ต้องรู้ตัวว่าตกอยู่ในฐานะผู้ต้องหา
ค. รับสารภาพด้วยความสมัครใจ ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.)ถูกทุกข้อ
53. พยานที่ไม่ยอมสาบานหรือปฏิญาณตนโดยไม่มีข้อแก้ตัวนั้นมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่
ก. ผิด ข. ไม่ผิด
ค. ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๑ ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ค.)ผิดตามประมวล ฯ
54. พยานความเห็นที่ศาลยอมรับฟังนั้น คือ
ก. ความเห็นของผู้ชำนาญการพิเศษ
ข. ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
ค. ความเห็นของบุคคลธรรมดา ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ(ง.) ถูกทุกข้อ
55. เอกสารมหาชน หมายถึง
ก. เอกสารที่มหาชนได้ทำขึ้น
ข. เอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้น
ค. เอกสารที่เจ้าพนักงานตามกฎหมายได้ทำขึ้นและให้ตรวจดูได้
ง. เอกสารที่เอกชนได้ทำขึ้นและให้อ้างเป็นพยานได้
ตอบ(ค.)
56. ต่อไปนี้ข้อใดเป็นกฎหมายวิธีสบัญญัติ
ก. กฎหมายอาญา ข. กฎหมายแพ่ง
ค. กฎหมายลักษณะพยาน ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ(ค.) กม. ลักษณะพยาน
57. การสืบพยานชั้นพิจารณาในดีดอาญา จำเป็นหรือไม่ต้องมีการยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาล
ก. ไม่จำเป็นเพราะ ป. วิ. อาญา ภาค ๕ ว่าด้วยพยานหลักฐานไม่ได้กำหนดไว้ว่าต้องยื่น
ข. มีความจำเป็นต้องยื่นบัญชีระบุต่อศาลก่อนสืบพยานทุกครั้ง
ค. ถ้าหากว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ก็ต้องยื่น เว้นแต่ว่าเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ง. ถ้าหากต้องการให้คดีมีน้ำหนักเป็นที่เชื่อถือต่อศาลก็ให้ยื่น
ตอบ(ข.)ข้อสังเกต วิอาญา ม. 15 ให้ใช้วิแพ่งด้วย การยื่นบัญชีระบุพยานเป็นตาม ม. 88 แพ่ง

58.กรณีจำเลยหลายคน ศาลได้สั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ปฏิเสธ เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็น
คดีใหม่ โจทก์จะต้องยื่นบัญชีระบุพยานในสำนวนคดีใหม่อีกหรือไม่
ก.โจทก์ต้องยื่นบัญชีระบุพยานใหม่แต่เพื่อความยุติธรรมศาลรับฟังพยานโจทก์ที่ระบุไว้ในคดีเดิมได้
ข.โจทก์ไม่ต้องยื่นบัญชีระบุพยานใหม่อีกเพราะได้เคยยื่นไว้แล้ว
ค.จะยื่นบัญชีระบุพยานใหม่หรือไม่ก็ได้ หากยื่นใหม่ทำให้มีน้ำหนักในการวินิจฉัยของศาลดีขึ้น
ง. โจทก์ต้องยื่นบัญชีระบุพยานใหม่ในวันสืบพยานโจทก์เป็นอย่างช้า
ตอบ (ก.)
59.โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานไว้แล้วในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ต่อมาในชั้นสืบพยานโจทก์จำเลย โจทก์จะต้องยื่นบัญชีระบุพยานซ้ำอีกหรือไม่
ก. โจทก์ไม่จำเป็นต้องยิ่งบัญชีระพยานซ้ำอีก
ข. ถือได้ว่าโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานของตนในคดีนี้ไว้แล้วทั้งเรื่อง
ค. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข้อ ข.
ง. ต้องยื่นบัญชีระบุพยานใหม่อีก เพราะไต่สวนมูลฟ้องกับสืบพยานเป็นคนละเรื่องกัน
ตอ (ค) ข้อสังเกต ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2505 (ที่ประชุมใหญ่)
60. ในกรณีที่ปรากฏในชั้นพิจารณาของศาลอุทธรณ์ว่า พยานไม่ได้สาบานตนก่อนเบิกความในศาล
ชั้นต้น ศาลอุทธรณ์จำย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นให้เรียกพยานมาศาลให้
พยานสาบานว่า “ข้า ฯ ขอรับรองด้วยความสัตย์จริงตามที่ได้เคยให้การไว้ต่อศาลไว้แล้วนั้นเป็น
ความจริงทุกประการ หากไม่เป็นความจริงขอให้ตายภายในสามวันเจ็ดวัน”
ศาลจะรับฟังคำเบิกความของพยานในครั้งก่อนได้หรือไม่
ก. ไม่ได้ ข. ได้ ค. ถือว่าได้ถ้าให้การนั้นสมบูรณ์แล้ว ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ(ก.) ข้อสังเกต ตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2492
61. ในคดีที่ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี โจทก์และจำเลยมีคำท้ากันว่าหากพยานของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ยอมมาเบิกความที่ศาลให้ถือว่าฝ่ายที่พยานไม่มาเบิกความเป็นฝ่ายแพ้ โจทก์เป็นฝ่าย
นำสืบก่อนพยานบางคนไม่ยอมมาศาล
ก. สืบพยานต่อไปเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยให้ได้ความ
ก. จำเลยจึงอาศัยคำท้าให้ศาลยกฟ้องได้
ข. ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเพราะได้มีคำท้ากันไว้
ง. คำท้ามีผลทำให้การพิจารณาง่ายและรวดเร็วขึ้น
ตอบ(ก.) ข้อสังเกต กรณีนี้เป็นคดีอาญา

62.ข้อใดเป็นขั้นตอนต่อเนื่องของประจักษ์พยาน
ก. แดงได้ยินเสียงดำ ใช้มีดฟันเหลืองถึงแก่ความตาย
ข. แดงเห็นดำใช้มีดฟันเหลืองถึงแก่ความตาย
ค. แดงส่งมีดให้ดำ ฟันเหลืองถึงแก่ความตาย
ง. แดงอยู่ใกล้ดำ ดำใช้มีดเหลืองถึงแก่ความตาย
ตอบ (ข.)
63. คำว่า พยานหลักฐาน หมายถึง
ก. วัตถุใด ๆ ซึ่งทำให้บุคคลรู้แจ้งถึงเรื่องนั้น ๆ
ข. วัตถุใด ๆ หรือสิ่งของ ใด ๆ ที่ทำให้บุคคลรู้แจ้งถึงเรื่องนั้น ๆ
ค. สิ่งใด ๆ ที่คู่ความทำให้ปรากฏต่อศาลหรือนำเข้าสู่สำนวน
ง. สิ่งของ วัตถุหรือบุคคลที่โจทก์ หรือจำเลยอ้างถึง
ตอบ(ค.) สิ่งใดที่คู่ความทำให้ปรากฏ
64. ข้อความตามหลักการที่ต้องรับฟังข้อเท็จจริงซึ่งนำมาใช้ได้ต่อเมื่อมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงบางอย่างให้ปรากฏ และศาลจำต้องสันนิษฐาน หรือตั้งข้อสันนิฐาน ได้มีข้อเท็จจริงบางประการ หรือได้เกิดขึ้นแล้ว ข้อความนี้เป็นความหมายของ
ก. ข้อสมมุติฐาน ข. ข้นสันนิษฐาน ค. ข้อพิสูจน์ ง. ข้อเท็จจริง
ตอบ(ข.)
65. นางแดงถูกคนร้ายฆ่าตาย คนร้ายได้เอากระดาษหนังสือพิมพ์มาปิดหน้านางแดงไว้ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายดำ สงสัยว่าฆ่านางแดง เพราะพบหนังสือพิมพ์ ซึ่งกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ใช้ปิดหน้านางแดง กับกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พบที่บ้านนายดำ นั้นมีสภาพลักษณะคล้ายคลึงกัน อยากทราบว่าหนังสือพิมพ์ที่เจ้าหน้าที่พบที่บ้านนายดำเป็นพยานอะไร
ก. พยานวัตถุ ข. พยานเอกสาร
ค. พยานวัตถุและพยานเอกสาร ง. ข้อ ค. ถูก
ตอบ(ก.) พยานวัตถุ
66. เอกสารที่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้น เพื่อใช้เป็นสาธารณะประโยชน์ และเพื่อให้ประชาชนตรวจดู และถือเอาประโยชน์จากเอกสารนั้น ๆ ได้ เอกสารนี้เป็น
ก. เอกสารสิทธิ์ ข. เอกสารราชการ ค. เอกสารมหาชน ง. เอกสารสาธารณะ
ตอบ(ค.)
67. ตามกฎหมายศาลจะออกหมายเรียกให้บุคคลมายังศาลเพื่อเป็นพยานในคดีใดคดีหนึ่งก็ได้ บุคคลในข้อใดบ้างที่ศาลบังคับให้มายังศาลมิได้
ก. ภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนา ข. นักพรตนักบวช ค. กงสุล ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ก.)ข้อสังเกต มาตรา 108 วิแพ่ง
68. ข้อเท็จจริงบางอย่างที่เป็นเอสิทธิ์ไม่ต้องนำสืบให้ศาล ได้แก่
ก. ความลับในหน้าที่ราชการ ข. ความลับเกี่ยวกับอาชีพหรือหน้าที่
ค. การประดิษฐ์แบบแผนการงานอื่น ๆ ที่กฎหมายคุ้มครองไม่ให้เปิดเผย
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ(ง.)ข้อสังเกต ตามมาตรา 97 วิแพ่ง และ 231 วิอาญา
69. เหตุที่ศาลไม่ยอมรับฟังพยานบอกเล่า เช่น
ก. การเล่าต่อ ๆ กันมาอาจเป็นช่องทางให้ข้อเท็จจริงบิดเบือนไป
ข. พยานที่มาเบิกความไม่รู้เหตุการณ์เอง
ค. ถ้าศาลยอมรับฟัง จะทำให้พยานตัวจริงไม่ต้องมาศาล แต่อาจให้ผู้อื่นมาเบิกความแทนได้
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ(ง.)
70. พยานคู่ หมายถึง พยานหลายคนตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปซึ่งได้รู้เห็นข้อเท็จจริงอย่างเดียวกัน แต่มี
ลักษณะพิเศษ คือ
ก. ไม่จำต้องอยู่ในที่เดียวกัน ข. ไม่จำต้องเห็นหมดทุกระยะ
ค. ระหว่างพยานด้วยกันไม่จำต้องเห็นกัน ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.)
71. สิ่งซึ่งศาลไม่จำต้องฟังพยานหลักฐาน
ก. ข้อกฎหมาย ข. ธรรมเนียมประเพณีซึ่งเป็นที่รู้ทั่วไป
ค. ระหว่างพยานด้วยกันไม่จำต้องเห็นกัน ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.)
72. ข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย มีอะไรบ้าง
ก. ข้อสันนิษฐานไม่เด็ดขาด ข. ข้อสันนิษฐานโดยเด็ดขาด
ค. ข้อ ก. และ ข. ถูก ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ค.)
73. คำกล่าวของผู้ถูกทำร้าย และรู้ตัวว่าจะตายที่ได้กล่าวต่อพยานบุคคล และต่อมาภายหลังปรากฎว่า ผู้ที่กล่าวไม่ได้ถึงแก่ความตาย จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้เพียงใด
ก. รับฟังได้ ข. รับฟังไม่ได้
ค. รับฟังได้หรือไม่ได้แล้วแต่ดุลพินิจของศาล ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ข)
ข้อสังเกตต้องเป็นกรณีที่ผู้กล่าวตายเท่านั้นถึงจะรับฟังเป็นพยานได้ มาจากหลักพยานที่ดีที่สุด


74. การส่งหมายเรียกพยาน หากไม่พบบุคคลที่ระบุว่าเป็นพยานในหมายเรียกอาจทำได้โดย
ก. วางหมายเรียก
ข. ปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาของพยาน
ค. มอบให้แก่บุคคลอายุเกินกว่า ๒๐ ปีที่อยู่ ณ ภูมิลำเนาของพยานรับไว้แทน
ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ (ค.)ข้อสังเกต ตามมาตรา 79 วิแพ่ง
75. ในกรณีส่งหมายไม่ได้โดยวิธีการปกติ เจ้าพนักงานผู้ส่งหมายอาจทำการปิดหมาย
ก. ได้เลยทันทีโดยเป็นอำนาจาของเจ้าพนักงาน
ข. ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของหุ้นก่อน
ค. ต้องแจ้งให้ทราบและเมื่อศาลให้อนุญาตแล้ว
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ค.)ข้อสังเกต ตามมาตรา 79 วิแพ่ง
76. การส่งหมายเรียกพยานต้องส่ง ณ ที่
ก. ภูมิลำเนาของพยาน ข. สำนักงานที่ทำการของพยาน
ค. เมื่อพบตัวพยาน ณ ที่ใดและพยานยอมรับหมายนั้น
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ก) ถูกทุกข้อข้อสังเกต ตามมาตรา 81 และ 77 วิแพ่ง
77. การส่งหมายต้องส่งระหว่างเวลา
ก. พระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น
ข. พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก
ค. พระอาทิตย์ขึ้นถึงเวลาโพล้เพล้
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ข.)ข้อสังเกต ตามมาตรา 81 วิแพ่ง
78. หมายเรียกพยานมาศาล ต้องส่งให้พยานก่อนวันสืบพยานล่วงหน้าอย่างน้อย
ก. 3 วัน ข. 7 วัน ค. 15 วัน ง. 1 เดือน
ตอบ (ก.) 3 วัน ข้อสังเกต ตามมาตรา 106 วิแพ่ง
79. การไม่ไปศาลตามหมายเรียกเพื่อให้เบิกความ
ก. มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
ข. ต้องผิดศีลธรรม
ค. ได้ชื่อว่าไม่กระทำตนเป็นพลเมืองดี ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ก.) มีความยึดตามประมวลกฎหมายอาญา

80. พยานซึ่งจะต้องเบิกความต่อศาล
ก. ต้องไปเบิกความด้วยตนเอง
ข. มอมอำนาจให้ผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับคดีนั้นไปแทน
ค. มอบอำนาจให้ผู้บังคับบัญชาไปแทน
ง. มอบอำนาจให้ผู้บังคับบัญชาไปแทน
ตอบ (ก.) ต้องเบิกความด้วยตนเอง
81. บุคคลที่จะเป็นพยานได้
ก. เป็นญาติกับโจทก์
ข. เป็นญาติกับจำเลย
ค. สามารถเข้าใจและตอบคำถามได้ และผู้ที่ได้เห็น ได้ยินหรือทราบข้อความเกี่ยวกับในเรื่องที่จะให้การเป็นพยานนั้นด้วยตนเองโดยตรง
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ค.)
82. พยานจะไปเบิกความต่อศาล เพราะ
ก. ได้รับหมายเรียกจากศาล ข. คู่ความนำมา
ค. ข้อ ก. และ ข. ถูก ง. ข้อ ก. และ ข. ผิด
ตอบ (ค.)
83. บุคคลต่อไปนี้แม้มาเป็นพยานศาล จะไม่ยอมเบิกความหรือตอบคำถามใด ๆ ก็ได้
ก. ภิกษุสามเณรในพุทธศาสนา ข. บาทหลวง
ค. ดะโต๊ะยุติธรรม ง. ถูกทุกข้อง
ตอบ (ก.)ข้อสังเกต ตามมาตรา 115 วิแพ่ง
84. ผู้ที่จะถามพยานในศาล คือ
ก. ผู้พิพากษา ข. คู่ความฝ่ายที่อ้างพยาน
ค. คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.) ถูกทุกข้อ
ในการนั่งพิจารณาของศาล เมื่อพยานเบิกความแล้ว
ก. ศาลจะสั่งให้พยานกลับไปได้
ข. ศาลอ่านคำเบิกความนั่นให้พยานฟังและให้พยานลงลายมือชื่อไว้
ค. ศาลให้พยานรออยู่ต่อไป
ง. ศาลจ่ายค่าป่วยการให้พยาน
ตอบ (ข.) ข้อสังเกต ตามมาตรา 121 วิ แพ่ง


86. พยานทุกคนต้องเบิกความ
ก. ด้วยวาจา
ข. ด้วยการอ่านข้อความที่ได้เขียนมาก่อน
ค. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
ง. ผิดทั้งข้อ ก. และ ข.
ตอบ (ก.) ด้วยวาจา ข้อสังเกต ตามมาตรา 113 วิแพ่ง
87. ข้อสันนิษฐาน แบ่งออกเป็นกี่อย่าง
ก. 2 อย่าง ข. 3 อย่าง
ค. 4 อย่าง ง. 5 อย่าง
ตอบ (ก.) 2 อย่าง
88. คำบอกของผู้ที่ใกล้ตาย ที่ศาลยอมรับฟังนั้นต้องประกอบด้วยเงื่อนไขอย่างได
ก. ในคดีที่มิได้เกิดจากการประทุษร้ายที่ทำให้ตาย ข. ผู้กล่าวยังมีสติดีอยู่
ค. ผู้กล่าวได้รอร้องให้ช่วยส่งโรงพยาบาล ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ (ง.)
89. ต่อไปนี้ข้อใดที่มิได้เป็นพยานบอกเล่า
ก. คำกล่าวของผู้ถูกทำร้ายก่อนตาย ข.คำพยานที่จะพิสูจน์ว่าบุคคลหนึ่งได้พูดว่าอย่างไรกับตน
ค. คำให้การชั้นพนักงานสอบสวน ง. ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
ตอบ (ข.)
90. บุคคลที่เป็นพยานไม่ได้ คือ
ก. พยานบอกเล่า ข. ในคดีอาญาห้ามมิให้โจทก์อ้างจำเลยพยาน
ค. ข้อ ก. และข้อ ข. ผิด ง. ข้อ ก. และข้อ ข. ถูก
ตอบ (ข.)ข้อสังเกต ตามวิอาญา มาตรา 232
91. นายชาญ กำนัน มีอาชีพทำนาและได้เลี้ยงกระบือไว้หลายตัว มีความรู้ในเรื่องลักษณะของกระบือพอสมควร ได้มาเป็นพยานเบิกความว่า กระบือพิพาทตาเป็นฝ้าไม่ใช่ตาถั่ว ดังนี้คำพยานจะรับฟังได้หรือไม่
ก. รับฟังไม่ได้
ข. นายชาญ เป็นกำนัน แม้จะมีกระบือหลายตัวก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ
ค. รับฟังเป็นพยานได้ ง. นายชาญ ไม่ใช่ผู้ที่ศาลแต่งตั้ง รับฟังไม่ได้เลย
ตอบ (ค.) รับฟังได้


92. กฎหมายลักษณะพยาน เป็นกฎหมายที่จัดอยู่
ก. กฎหมายสาระบัญญัติ
ข. กฎหมายวิธีสบัญญัติ
ค. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ง. ประมวลกฎหมายอาญา
ตอบ (ข.)
93. การอ้างพยานเอกสารนั้น ถ้าหาต้นฉบับไม่ได้จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. ต้องพยายามค้นหาให้พบ
ข. ใช้สำเนาที่มีอยู่โดยถ่ายภาพมาก็ได้
ค. พยานบุคคลที่รู้ข้อความก็อ้างเป็นพยานได้
ง. พยายามสืบหาผู้ที่ทำเอกสารนั้นให้พบ
ตอบ (ค.) ข้อสังเกต เรื่องนี้มีบทบัญญัติทั้งในส่วนของวิแพ่งและวิอาญาตามมาตรา 93 และ 238 ตามลำดับ
94. ในการต่อสู้คดีของคู่ความ ฝ่ายใดมีหน้าที่ถามค้านได้
ก. ฝ่ายที่อ้างพยานถามค้านได้ ข. อัยการก็ถามค้านได้
ค. ฝ่ายที่ไม่ได้อ้างพยานถามค้านได้ ง. ทั่งสองฝ่ายแบ่งกันถามค้านได้
ตอบ (ค.) ข้อสังเกต มาตรา 117 วิแพ่ง
95. ข้อใดที่เป็นลักษณะของการถามนำ
ก. ท่านทราบไหมว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่เท่าใด
ข. เสียงร้องที่ท่านได้ยินเป็นเสียงผู้หญิงใช่ไหม
ค. รถคันที่เกิดเหตุเป็นรถยี่ห้อและสีอะไร
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ข.) เสียง
96.บุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องไปให้การเป็นพยานตามหมายเรียก
ก. ภิกษุสามเณร ข. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ค. วุฒิสมาชิก ง. บุคคลทุพพลภาพ
ตอบ (ก.)
97. กฎหมายใด ศาลต้องนำสืบ
ก. กฎหมายระหว่างประเทศ ข. กฎหมายอาญา
ค. กฎหมายต่างประเทศ ง. กฎหมายรัฐธรรมนูญ
ตอบ (ค.)ข้อสังเกต โจทย์ควรเป็นกรณีที่ต้องนำสืบพยาน กฎหมายต่างประเทศไม่ใช่เรื่องที่ศาลรู้เองอย่างกฎหมายไทย
98. พยานหลักฐานมี ๓ ชนิด คือ
ก. พยานชั้น ๑ พยานชั้น ๒ ประจักษ์พยาน
ข. ประจักษ์พยาน พยานเอกสาร พยานวัตถุ
ค. พยานบุคคล พยานเอกสาร พยานวัตถุ
ง. พยานบุคคล พยานสิ่งของหรือพยานวัตถุ ลักษณะพยาน
ตอบ (ค.)
99. สำเนาเอกสาร เป็นพยานเอกสารได้หรือไม่
ก. ได้ ในกรณีหาต้นฉบับไม่ได้
ข. ได้ ในกรณีรีบด่วน
ค. ไม่ได้
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ(ก.)ข้อสังเกต ดูมาตรา 93 วิ แพ่ง และ 238 วิอาญา
100. สิ่งใดเป็นเอกสารมหาชน
ก. แผนที่ ข. โฉนด
ค. ทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.) ถูกทุกข้อ
101. “ผมอาจจะผิดก็ได้ ใครจะไปรู้” ถือเป็นคำให้การ
ก. ภาคเสธ ข. ปฏิเสธ
ค. รับสารภาพ ง. ถูกทุกข้อง
ตอบ (ข.) ปฏิเสธ
102. พยานคู่ คือ
ก. พยานที่จำเป็นจะต้องมาให้การในวันเดียวกัน
ข. พยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ร่วมกัน หรือรู้เห็นเหตุการณ์บางตอนร่วมกัน
ค. ศาลจะต้องรับฟังคำให้การเท่าเทียมกัน
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ข.)
103. คำถามนำใช้ได้ในกรณี
ก. ซักถาม ข. การถามติง
ค. การถามค้าน ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ค.) ข้อสังเกตการถามนำห้ามเฉพาะการซักพยานหรือถามติง ตาม 118 วิแพ่ง


104. ห้ามมิให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถามพยาน
ก. คำถามที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี
ข. คำถามเกี่ยวกับประวัติของพยาน
ค. คำถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของพยาน
ง. คำถามที่พยานไม่ทราบ ตอบ(ก.) ไม่เกี่ยวข้อสังเกต ตามมาตรา 118 วิแพ่ง
105. ศาลมีอำนาจถามพยาน
ก. เมื่อคู่ความฝ่ายที่อ้างพยานซักถามพยานเสร็จแล้ว
ข. เมื่อคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งถามค้านพยานเสร็จแล้ว
ง. ตลอดระยะเวลาที่ศาลนั่งพิจารณา ตอบ(ง.)ข้อสังเกต ตามมาตรา 119 วิแพ่ง
106. การเบิกความของพยานจะกระทำโดย
ก. ศาลให้เล่าเรื่องตามที่พยานได้เห็นหรือได้ยินมา
ข. เบิกความโดยวิธีตอบคำถามของศาลหรือคู่ความ
ค. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
ง. ผิดทั้งข้อ ก. และ ข. ตอบ (ค.) ข้อสังเกต ตามมาตรา 116 วิแพ่ง
107.พยานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล
ก. มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
ข. ถ้าเป็นพยานตามหมายเรียกไม่มีความผิด
ค. คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานมีความผิด
ง. ถูกตัดสิทธิ์ในการเป็นพยานศาลในคดีต่อ ๆ ไป
ตอบ (ก.) มีความผิด
108. พยานที่ไม่ต้องไปศาลในกรณีนี้ คือ
ก. ภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนา ข. ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน
ค. สมเด็จพระยุพราช ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.)
109. ประเด็น คือ
ก. ข้อความที่โต้เถียงกันระหว่างโจทก์จำเลย ข. เกิดจากข้อหาและข้อต่อสู้
ค. ข้อ ก. และข้อ ข. ถูก ง. ข้อ ก. และข้อ ข. ผิด
ตอบ (ค.)
110. สิทธิของพยานที่จะไม่สาบานหรือปฏิญาณตน มีข้อยกเว้นดังนี้
ก. บุคคลที่มีอายุ ๑๔ ปี
ข. บุคคลที่มีความรู้สึกผิดชอบ
ค. บุคคลซึ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าไม่ต้องสาบาน
ง. ถูกทุกข้อ ตอบ (ค.)ข้อสังเกต ตามมาตรา 112 วิแพ่ง
111. นาย ก. ได้ถูกศาลเรียกให้เข้าเบิกความ แต่ศาลลืมไม่ให้ นาย ก. สาบานตนเสียก่อนเบิกความ มาทราบเอาตอนเมื่อการเบิกความใกล้จะเสร็จ ศาลจึงจัดให้นาย ก. สาบานตนว่า ถ้อยคำที่ให้มานั้นเป็นความจริง อยากทราบว่า ถ้อยคำดังกล่าวจะให้ได้หรือไม่
ก. ใช้ไม่ได้ เพราะไม่ได้จัดการให้สาบานก่อนเบิกความ
ข. อยู่ในพินิจของศาลว่าจะใช้ได้หรือไม่
ค. ใช้ได้แม้จะสาบานภายหลังก่อนเบิกความเสร็จสิ้น
ง. ใช้ไม่ได้เลย เพราะเป็นความบกพร่องของศาล
ตอบ (ค.)ข้อสังเกต หากสาบานภายหลังการเบิกความเสร็จสิ้นแล้วไม่ได้ ถ้ามีพิพากษาฎีกาที่ 824/ 2492
112. ในการรวบรวมพยานหลักฐาน กฎหมายให้อำนาจพนักงานสอบสวนไว้หลายอย่าง
ก. มีอำนาจตรวจ ค้น เรียก ยึด ข. มีอำนาจเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ
ค. มีอำนาจสอบสวนความประพฤติผู้ต้องหา ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.)
113. การส่งหมายเรียกพยาน ต้องส่งให้
ก. ตัวพยานเอง
ข. ถ้าพยานไม่อยู่จะให้บุคคลที่มีอายุกว่า ๒๐ ปี ซึ่งอยู่ในบ้านรับแทนได้
ค. บุคคลที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงก็ได้
ง. ข้อ ก. และข้อ ข. ถูก ตอบ (ง.)
114. การส่งหมายให้ส่งในเวลา
ก. ระหว่างพระอาทิตย์ตก และพระอาทิตย์ขึ้น
ข. ระหว่างระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก
ค. เวลาใดก็ได้แล้วแต่จะเห็นสมควร
ง. ข้อ ข. และข้อ ค. ถูก ตอบ (ข.)
115. จำเลยมีบ้านอยู่ในที่แห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี โจทก์ได้ฟ้องอ้างถิ่นที่อยู่แห่งนี้เมื่อเจ้าพนักงานศาลนำหมายเรียกและสำเนาฟ้องาส่งแก่จำเลย ณ ที่นี้พบจำเลย จำเลยไม่ยอมรับ เจ้าพนักงานจึงวางหมายไว้ ถือว่าเป็นการส่งหมายโดยชอบหรือไม่
ก. ถือว่าได้ส่งหมายโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ข. การส่งนั้นไม่สมบูรณ์ เพราะเจ้าตัวไม่ยอมรับ
ค. เป็นการส่งหมายโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ง. การเอาหมายไปวางโดยเจ้าตัวไม่รับ ถือว่าเป็นการไม่ถูกต้อง
ตอบ (ค.)
116. อากัปกิริยาของพยาน เช่น ความโกรธ ความอาย ถือว่าเป็นพยาน
ก. พยานบุคคล ข. พยานวัตถุ
ค. พยานเอกสาร ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ (ง.)
117. พยานที่ได้รับหมายเรียกของศาลแล้วไม่จำเป็นต้องไปศาลตามที่ศาลกำหนด คือ
ก. นางชีในพระพุทธศาสนา ข. พระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนา
ค. เด็กอายุยังไม่ถึง๑๔ ปี ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข.
ตอบ (ข.)
118. ตามหลักกฎหมาย ก่อนเบิกความพยานทุกคนต้องสาบานหรือปฏิญาณตน บุคคลใดบ้างต่อไปนี้มีสิทธ์ไม่ต้องสาบานหรือปฏิญาณตน
ก. บุคคลอายุ ๓๐ ปี แต่หย่อนความรู้สึกผิดชอบ
ข. พระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนา
ค. ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข.
ตอบ (ข.)
119. ข้อใดบ้างเป็นข้อกฎหมายที่คู่ความจะต้องนำส่ง
ก. เทศบัญญัติ
ข. ประกาศการควบคุมราคาไข่เป็ด
ค. พ.ร.บ. การพนัน
ง. ถูกเฉพาะข้อ ก. และ ข.
ตอบ (ข.) ข้อสังเกต คำตอบอื่น เป็นกฎหมายที่ถือว่าศาลรู้เอง
119. ผู้ชำนาญการพิเศษของตำรวจส่งรายงานการตรวจพิสูจน์ลายมือของจำเลยไปให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนจนฟ้องจำเลยต่อศาลและโจทก์อ้างรายงานนั้นเป็นพยานด้วยต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามกฎหมายดังนี้
ก. ไม่ต้องส่งสำนวนรายงานการตรวจลายมือให้จำเลยก่อนวันเบิกความ ๓ วัน
ข. ต้องส่งสำเนารายงานการตรวจลายมือให้จำเลยก่อนวันเบิกความ ๓ วัน
ค. ต้องส่งสำเนารายงานการตรวจลายมือให้จำเลยก่อนวันเบิกความ ๖ วัน
ง. กฎหมายบัญญัติว่าจะส่งหรือไม่ก็ได้
ตอบ(ก.)ข้อสังเกต กรณีนี้ศาลไม่ได้สั่ง ผู้ชำนาญการพิเศษทำความเห็นตามมาตรา
บันทึกการเข้า
admin
Administrator
มัธยมต้น
*****
กระทู้: 115



อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 16, 2010, 08:57:35 PM »

120. หากมีการตายผิดธรรมชาติ และได้มีการฝังศพผู้ตายไปเรียบร้อยแล้ว ความปรากฏต่อท่านซึ่งเป็นพนักงานตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไม่แน่ชัดว่าเป็นศพผู้ใด ตายเพราะเหตุใดหรือถูกทำร้ายด้วยอาวุธชนิดใด ท่านจะทำอย่างไร
ก. ขอรายงานการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ผู้ทำการชันสูตรได้เสมอ
ข. สอบถามประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมกรณี
ค. ให้พยานผู้ชำนาญการพิเศษทำรายงานเสนอต่อศาล
ง. สั่งให้เอาศพให้ผู้ชำนาญการพิเศษทำการตรวจได้
ตอบ (ง.) ข้อสังเกต ตามมาตรา 244 วิอาญา
122 . โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2521 เวลากลางคืน จำเลยซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถยนต์สอบล้อได้ ขับขี่ด้วยความประมาท โดยขับด้วยความเร็วสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดคือ ประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และจำเลยได้ขับกินทางไปในทางขวาของถนนทำให้ไปชนรถยนต์นั่งของโจทก์ซึ่งขับมาในทางของโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ประเด็นแก่งคดี คือ
ก. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2521
ข. จำเลยขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อชนรถยนต์นั่งองโจทก์
ค. จำเลยขับรถกินทางเข้าไปในทางของโจทก์
ง. ถูกทุกข้อ ตอบ (ง.)
123. จำเลยให้การว่าจำเลยทราบฟ้องของโจทก์แล้ว ขอให้การว่าตามวันเวลาดังกล่าวในฟ้อง คือ 1 ม.ค. 2521 จำเลยได้ขับขี่รถยนต์บรรทุกจริง แต่มิได้ขับกินทางเข้าไปในทางของโจทก์ เหตุที่รถของจำเลยไปชนรถนั่งของโจทก์ก็เป็นเพราะความผิดของโจทก์เองเนื่องจากโจทก์ไม่จุดโคมไฟรถยนต์ ทำให้จำเลยไม่เห็นรถยนต์ของโจทก์ ขอให้ศาลยกฟ้องประเด็นแห่งคดี คือ
ก. เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2521
ข. จำเลยขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อชนรถยนต์นั่งของโจทก์
ค. จำเลยมิได้ขับรถกินทางเข้าไปในทางของโจทก์
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ(ง.)ข้อสังเกต ทั้งข้อ 122 และ 123 มาจากหลักการตามข้อสังเกต ข้อ 6 โปรดย้อนดู
124. ต่อไปนี้อะไรเป็นข้อกฎหมาย
ก. ระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี
ข. กฎระเบียบของมหาเถรสมาคม
ค. ประกาศควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคของพนักงานเจ้าหน้าที่
ง. ไม่มีข้อใดถูก ตอบ (ง.)
125. ศาลรู้เองไม่จำต้องฟังพยานหลักฐาน
ก. คนวิกลจริต
ข. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.๑๐๖ ได้มีการแก้ไขแล้ว
ค. คนที่มีรูปร่างใหญ่โตเสียงใหญ่น่าจะบรรลุนิติภาวะแล้ว
ง. ถูกทุกข้อ ตอบ (ข.)
126.ข้อใดถูกต้องที่สุด
ก. ประเด็นข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งนั้น ถ้าประเด็นข้อใดเป็นข้อกฎหมายศาลสามารถพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดลงไปได้โดยไม่ต้องนำสืบพยาน
ข.ประเด็นข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งกันนั้น แม้จะเป็นข้อกฎหมายศาลก็ต้องนำสืบก่อนพิจารณาวินิจฉัย
ก. ประเด็นข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งกันนั้น ถ้าประเด็นข้อใดเป็นกฎหมายศาล จะพิจารณาวินิจฉัย ชี้ขาดหรือต้องนำสืบก่อนก็ได้
ง. ไม่มีข้อใดถูก ตอบ (ก.)
127. ข้อสันนิษฐานแห่งกฎหมายนั้น แบ่งออกเป็น…..ชนิด
ก. 2 ชนิด ข. 3 ชนิด ค. 4 ชนิด ง. 5 ชนิด
ตอบ (ก.)
128. ในขั้นพิจารณาถ้าจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อก็ได้ เว้นแต่
ก. คดีมีข้อหาในความผิดซึ่งจำเลยรับสารภาพนั้นกฎหมาายกำหนดอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป หรือโทษสถานหลักกว่านั้น
ข.คดีที่ข้อหาในความผิดซึ่งจำเลยรับสารภาพและกฎหมายกำหนดอัตราโทษไม่เกินกว่ากว่า 10 ปี หรือหนักกว่านั้น
ค.คดีที่มีข้อหาในความผิดซึ่งจำเลยรับสารภาพนั้นกฎหมายกำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีลงมา
ง.ป็นคดีที่มีข้อหาความผิดซึ่งหน้าจำเลยรับสารภาพนั้นและกฎหมายกำหนดว่าเป็นความผิดลหุโทษ
ตอบ (ก.)
129. ในกรณีที่จำเลยอ้างว่าได้กระทำผิดจริง แต่ทำไปเพื่อป้องกันตัวหรือป้องกันทรัพย์สินนั้น หน้าที่นำสืบต้องตกอยู่กับ
ก. จำเลย ข. โจทก์ ค. พนักงานสอบสวน ง. ศาล
ตอบ (ข.)
130. ตามปกติโจทก์จะต้องกล่าวอ้างความผิดที่ได้ฟ้องพร้อมทั้งการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด คือ
ก. ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลา และสถานที่ที่เกิดการกระทำนั้น
ข. บุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วย พอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจ
ค. ข้อ ก. และ ข. ถูก ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ (ค.) ข้อ ก. และ ข. ถูก ข้อสังเกต ตามมาตรา 158 วิอาญา
131.กฎหมายลักษณะพยาน คือ
ก. กฎหมายที่ว่าด้วยวิธีเสนอและค้นคว้าหาข้อเท็จจริง เพื่อที่จะใช้บังคับกฎหมายฝ่ายสารบัญญัติไว้ ถูกต้อง
ข. สิ่งที่อ้างขึ้นสนับสนุนข้ออ้างที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดอ้างาขึ้นให้เกิดหลักฐานมั่งคงซึ่งจะทำให้คนอื่น เชื่อถือได้
ค. ข้อพิสูจน์ข้อกล่าวอ้างของคู่ความได้จากพยาน ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ก.)
131. คำท้าที่จะถือเป็นข้อแพ้ชนะในประเด็นแห่งคดีและมมีผลบังคับได้สตามกฎหมายและไมม่มีลักษณะต้องห้าม คือ
ก. คำท้าต้องไม่มีลักษณะเป็นการท้ากานในสิ่งที่พ้นวิสัย
ข. คำท้าต้องไม่มีลักษณะเป็นการพนันขันต่อ
ค. คำท้านั้นต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.)
133.โจทก์ในคดีแพ่งประสงค์จะอ้างเอกสารฉบับที่อยู่ในความครอบครองของตนเป็นพยาน จะต้องปฏิบัติ คือ
ก.แสดงเอกสารที่จะอ้างลงในบัญชีระบุพยาน และยื่นต่อศาลก่อนสืบพยานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3วัน
ข. โจทก์จะต้องยื่นต่อศาลและส่งให้แก่จำเลย ซึ่งสำเนาเอกสารนั้น ๆ ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน
ค. ข้อ ก. และ ข. ถูก
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ(ง.)ข้อสังเกต พิจารณาตามมาตรา 90 ประกอบมาตรา 88 แล้ว ผู้อ้างอิงต้องยื่นต่อศาล 15 วันก่อนรับชี้สองสถาน หรือ 7 วัน ก่อนรับสืบพยาน แล้วแต่กรณี โดยต้องสำเนาให้อีกฝ่ายมารับเองที่ศาล
134. ความเห็นของคนธรรมดาซึ่งศาลจะรับฟังได้ คือ
ก. ความเห็นในความคล้ายคลึงของตัวบุคคลหรือวัตถุ
ข.ความเห็นที่ประกอบกับข้อความที่เป็นหมิ่นประมาทหรือคำขู่เข็ญพยานอาจออกความเห็นได้
ค. ความเห็นในเรื่องภาวะแห่งจิตใจหรือร่างกาย ในเรื่องอายุ ราคา ระายะทางหรือความเร็ว
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.)
135.การถามพยานมีดังนี้ คือ
ก. การซักถาม ข. การถามค้าน ค. การถามติง ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.)
136. คำรับสารภาพของผู้ต้องหาผู้กระทำในคดีอาญาหมายถึง คำรับสารภาพประเภทใด
ก. คำรับสารภาพของผู้ต้องหาบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่พนักงานสอบสวน
ข. คำรับสารภาพของผู้ต้องหาต่อพนักงานสอบสวน
ค. คำรับสารภาพของจำเลยต่อศาลในการพิจารณาคดี
ง. ถูกทุกข้อ ตอบ (ข.)
137. ความเห็นของบุคคลธรรมดาที่ศาลจะรับฟังได้ คือ
ก. ความเห็นในความคล้ายคลึงของบุคคลหรือวัตถุ
ข. ความเห็นที่ประกอบด้วยข้อความที่เป็นหมิ่นประมาทหรือคำขู่เข็ญ
ค. ความเห็นในเรื่องลายมือเขียนหนังสือหรือลายมือชื่อ
ง. ถูกทุกข้อ ตอบ (ง.)
138. พระภิกษุและสามเณรในพระพุทธศาสนาเมื่อถูกอ้างไปเป็นพยาน จะต้องปฏิบัติ คือ
ก. ไม่จำเป็นต้องไปศาลก็ได้ ไม่ว่าในกรณีใด
ข. จะไม่ยอมเบิกความหรือตอบคำถามใด ๆ ก็ได้
ค. ถ้าจะเบิกความก็ไม่จำเป็นต้องกล่าวคำปฏิญาณก็ได้
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ง.) ข้อสังเกต ข้อนี้เป็นการรวมเอกสิทธิ์ทั้งหลายของพระ
139. การนำสืบชื่อเสียงและความประพฤติของจำเลยนั้น ศาลจะยอมให้ก็ต่อเมื่อ
ก.จำเลยยกเอาความประพฤติดีขึ้นต่อสู้หรือโจทก์จกเอาความประพฤติชั่วของจำเลยมากล่าวอ้าง
ข. เมื่อจำเลยคัดค้านพยานโจทก์ถึงเรื่องความประพฤติชั่งของพยาน
ค. เมื่อจำเลยให้การซัดทอดจำเลยอื่นท่าเป็นจำเลยร่วม
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ (ก.)
140. พยานความเห็น มีกี่ประเภท
ก. 1 ประเภท คือ พยานที่ชำนาญการพิเศษ
ข. 2 ประเภท คือ พยานความเห็นของบุคคลธรรมดา
ค. 2 ประเภท คือ พยานผู้ชำนาญการพิเศษและพยานความเห็นของบุคคลธรรมดา
ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ค.)
141. กรณีความเห็นของบุคคลธรรมดาที่ศาลยอมรับฟัง
ก. ความเห็นในความคล้ายคลึงของวัตถุหรือตัวบุคคล
ข. ความเห็นในเรื่องลายมือเขียนหนังสือหรือลายมือชื่อ
ค. ความเห็นในเรื่องภาวะแห่งจิตใจ อายุ ระยะทาง ความเร็ว
ง. ที่กล่าวมาศาลยอมรับฟังทุกข้อ
ตอบ (ง.)
142. เหตุที่ศาลจะไปเผชิญสืบพยานบุคคล ณ ที่อยู่ของพยาน มี
ก. เมื่อศาลเห็นว่าจำเป็นต้องไปสืบพยาน ณ ที่นั้น
ข. พยานที่มีสิทธิเศษตามกฎหมาย เช่น พระมหากษัตริย์
ค. ไม่มีข้อใดถูก
ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก ตอบ (ก.)
143. จดหมายที่นาย ก. เขียนถึงนาย ข. ให้ไปฆ่านาย ค. ซึ่งโจทก์ได้อ้างต่อศาลว่ามีจดหมายนั้นจริง และมีข้อความบอกถึงการใช้ให้นาย ข. ไปฆ่านาย ค. เป็น
ก. พยานเอกสาร ข. พยานวัตถุ
ค. เป็นทั้งพยานวัตถุและพยานหลักฐาน ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ก.)
144. พยานโดยตรง คือ
ก.พยานที่ได้รู้ได้เห็นได้ยินมาด้วยตนเอง หรือทราบข้อเท็จจริงอันเกี่ยวกับคดีนั้นโดยตรงโดยไม่ต้องค้นหาเหตุผลสันนิษฐานอย่างใดต่อไปอีก
ข.พยานที่เบิกความถึงข้อความทั้งหลายอันเป็นพฤติเหตุแวดล้อม กรณีนำไปสู่ข้อเท็จจริงในคดีนั้น
ค. ข้อ ก. แล ข. ถูก ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ (ก.)
145. ผู้เห็นเหตุการณ์ในตอนที่ ก. วิ่งมา โดยร่างกายเปรอะเปื้อนโลหิต มีอาวุธติดมือมาด้วยจากที่เกิด เหตุเป็น
ก. พยานโดยตรง ข. พยานแวดล้อมคดี
ค. พยานแวดล้อมกรณี ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก
ตอบ (ค.)
146. ก. ทำร้าย ข. มีผู้เห็นเหตุการณ์ ผู้เห็นเหตุการณ์เป็น
ก. ประจักษ์พยาน ข. พยานโดยตรง
ค. พยานแวดล้อมกรณี ง. ข้อ ก. และ ข. ถูก
ตอบ (ง.)
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!