[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 เมนูหลัก
  ประวัติความเป็นมา  
  กองร้อยที่ 1  
  กองร้อยที่ 2  
  กองร้อยที่ 3  
  กองร้อยที่ 4  
  กองร้อยที่ 5  
  กองร้อยที่ 6 (สมทบ)  
  ระเบียบกองทุนและสวัสดิการฯ  
  กองทุนรุ่น33.  
  หน้าหลักเว็บบอร์ดใหม่  
  สมัครสมาชิก  
  ผู้บังคับบัญชา ตร.ภ.2  
     
 ความทรงจำของพวกเรา
 

ชีวิตในกองร้อย

 
ปฏิทินกิจกรรม
 
<< มกราคม 2563 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

รายการกิจกรรมทั้งหมด
 
เว็บไซต์แนะนำ
   

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์
   
 
มุมนักเสี่ยงโชค
 
 
หนังสือพิมพ์ / ระบบ Email
   



 


  

ข่าวประชาสัมพันธ์
อ้างเป็น ตร.กองปราบฯ ตื้บอาสาร่วมกตัญญู!

จันทร์ ที่ 28 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554


คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นายเสกสรรค์ เกาะน้ำใส อายุ 28 ปี อาสาสมัครร่วมกตัญญู มีบาดแผลถูกทำร้ายบริเวณใบหน้า

นายพลวุฒิ พิชยะกิจไพบูลย์ อายุ 23 ปี อาสาร่วมกตัญญู

ชายฉกรรจ์ 2 คนอ้างตัวเป็นตำรวจสังกัดกองปราบปรามตำแหน่ง รอง ผกก.ป. ทำร้ายร่างกายอาสาร่วมกตัญญูเจ็บ 2 ราย อาสาเผยเพราะไม่ย้ายรถเกิดเหตุชนเกาะกลางถนน บริเวณซอยนกน้อย จรัญสนิทวงศ์ 31/1 ออกหลังรับแจ้งเหตุเนื่องจากกำลังไม่พอคนร้ายหาว่าเป็นเหตุให้รถติดจึงทำร้ายร่างกาย
       
       วันนี้ (28 ก.พ.) เมื่อเวลา 00.45 น. พ.ต.ท.วัลลภ ศุภภมร พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.บางขุนนนท์ รับแจ้งเหตุจากนายพลวุฒิ พิชยะกิจไพบูลย์ อายุ 23 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู นามเรียกขานศาลาแดง 29 ว่า ถูกชายฉกรรจ์ 2 คน อายุประมาณ 35-40 ปี ผิวดำแดง สูง 170 ซม. สวมเสื้อโปโลคล้ายตำรวจ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองปราบปราม ทำร้ายร่างกายตนและนายเสกสรรค์ เกาะน้ำใส อายุ 28 ปี เพื่อนอาสาสมัครจุดบางกอกน้อย นามเรียกขานรหัส บางกอกน้อย 25 จนเป็นเหตุนายเสกสรรค์ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลบริเวณใบหน้าได้รับบาดเจ็บทางสมอง
       
       นายพลวุฒิกล่าวว่า เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนได้ออกปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณ รพ.ศรีวิชัย 1 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถชนที่บริเวณเกาะกลางถนน บริเวณซอยนกน้อย ระหว่างซอยจรัญสนิทวงศ์ 31/1 กับจรัญสนิทวงศ์ 33 จึงได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะพุ่งชนเกาะกลางถนนแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตนจึงได้เอากรวยจราจรมาวางที่บริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อป้องกันอุบัติซ้ำซ้อน ระหว่างนั้นก็ได้มีชายฉกรรจ์ 2 คนได้เข้ามาพูดคุยและสั่งให้ตนยกรถกระบะคันดังกล่าวออกจากจุดเกิดเหตุโดยอ้างว่าการจราจรติดขัด ซึ่งตนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เพราะกำลังของอาสาสมัครไม่เพียงพอต้องรอกำลังเสริมทำให้ ชายฉกรรจ์ทั้งสองไม่พอใจพร้อมอ้างตัวว่าเป็น ตร.โดยพูดว่า “กูนี่แหละเป็นตำรวจ มึงจะทำไม...กูเป็นรอง ผกก.กองปราบ” พร้อมทั้งด่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคายด่าว่า “เพราะพวกอาสาสมัครทำให้รถติด” ซึ่งตนก็พยายามชี้แจงแต่ไม่เป็นผล พร้อมทั้งตบเข้าที่ใบหน้าด้านซ้ายตน
       
       นายพลวุฒิกล่าวต่อว่า หลังจากที่ตนได้ถูกทำร้ายร่างกายตนจึงได้วิทยุไปขอความช่วยเหลือกับนายเสกสรรค์ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่เกิดเหตุ พอนายเสกสรรค์มาที่เกิดเหตุก็ถูกชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวพร้อมพวกอีก 6 คน ลากตัวเข้าไปในซอยนกน้อย ซึ่งตนสังเกตว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ได้ใช้อาวุธปืนตบเข้าที่บริเวณหน้าผากพร้อมทั้งรุมกระทืบ และใช้อาวุธปืนจ่อที่ศีรษะไม่ให้ลุก ตนจึงได้วิทยุเพื่อนอาสาสมัครที่อยู่จุดใกล้เคียงมาช่วยนำตัวนายเสกสรรค์ออกไป ก่อนนำส่ง รพ.ศรีวิชัย 1
       
       นายพลวุฒิกล่าวอีกว่า หลังจากนั้นตนจึงได้เดินทางมาแจ้งความเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย โดยมีเพื่อนอาสาสมัครกว่า 50 คนมาที่ สน.ด้วย พร้อมทั้งทวงถามความยุติธรรม
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เกิดเหตุได้เดินทางไปยัง รพ.ศรีวิชัย 1 พบว่าบรรยากาศด้านหน้า รพ.เป็นไปอย่างตึงเครียด โดยมีอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูกว่า 100 คน ยืนรออยู่ด้านหน้า รพ. ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวจะเดินทางเข้าไปตรวจสอบอาการบาดเจ็บของนายเสกสรรค์ ปรากฏว่าได้มีชายฉกรรจ์ใส่เสื้ออาสาสมัครมูลนิธิฯ ทราบเพียงชื่อเล่นว่าชื่อโจ นามเรียกขาน “โจ ท่าพระ 17” ได้เดินทางมาห้ามผู้สื่อข่าวพร้อมบอกให้รอ โดยให้เหตุผลว่าได้มีการเจรจากันอยู่ โดยมีชายอายุประมาณ 35 ปี สวมเสื้อสีขาว ซึ่งได้เดินเข้ามาพูดคุยกับนายโจเพื่อเจรจาถึงการยอมความ โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าชายชุดขาวเป็นใคร ซึ่งชายเสื้อขาวตอบว่า “ผมก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง” จากนั้นเกิดการต่อล้อต่อเถียงกับผู้สื่อข่าว พร้อมทั้งขับไล่ผู้สื่อข่าวและอาสาสมัครออกจาก รพ.
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ชายชุดขาวเดินจากไปนายโจได้เดินมาต่อว่าผู้สื่อข่าวว่า “เรื่องจบแล้วให้นักข่าวกลับไป ไม่งั้นจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ และอ้างว่าทีอาสาสมัครมูลนิธิถูกคู่กรณีทำร้ายไม่เห็นมาทำข่าวเลย ทีงี้มาโผล่หัว” จึงเกิดการโต้เถียงระหว่างอาสาฯ กับนักข่าว ท่ามกลางอาสาฯ จำนวนมากซี่งไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายโจ จนกระทั่งได้มีการแยกนายโจออกไป

จากทีมข่าวอาชญากรรม



เข้าชม : 36995


ข่าวประชาสัมพันธ์ 5 อันดับล่าสุด

      ด่วน! เมอร์ส ลามถึงไทยแล้ว 18 / มิ.ย. / 2558
      ครม.เปิดโควต้าพิเศษขึ้นเงินเดือน 2 ขั้นทหารคสช. 8 / พ.ค. / 2558
      ไม่ลงทะเบียนซิมมือถือพรีเพด หลัง 31 ก.ค.2558 นี้ มีสิทธิโทร.ออกไม่ได้ 21 / ม.ค. / 2558
      เครื่องแอร์เอเชียพร้อม162ชีวิต ล่องหน 28 / ธ.ค. / 2557
      ยัน ครม.ให้ 2 ม.ค.58 เป็นวันหยุดปีใหม่เพิ่มเพียงวันเดียว 17 / ธ.ค. / 2557




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ chonburi33@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ตำรวจภูธรภาค1 /ตำรวจภูธรภาค2 /ตำรวจภูธรภาค3 /ตำรวจภูธรภาค4 /ตำรวจภูธรภาค5 /ตำรวจภูธรภาค6 /ตำรวจภูธรภาค7 /ตำรวจภูธรภาค8 /ตำรวจภูธรภาค9

   ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค1 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค2 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค3 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค4 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค5 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค6
   /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค7่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค8่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค9

powered by maxsite 1.10
แลกลิงค์ นำ code ไปติดที่เว็บแล้วแจ้งทาง Email หรือ webboard