[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 เมนูหลัก
  ประวัติความเป็นมา  
  กองร้อยที่ 1  
  กองร้อยที่ 2  
  กองร้อยที่ 3  
  กองร้อยที่ 4  
  กองร้อยที่ 5  
  กองร้อยที่ 6 (สมทบ)  
  ระเบียบกองทุนและสวัสดิการฯ  
  กองทุนรุ่น33.  
  หน้าหลักเว็บบอร์ดใหม่  
  สมัครสมาชิก  
  ผู้บังคับบัญชา ตร.ภ.2  
     
 ความทรงจำของพวกเรา
 

ชีวิตในกองร้อย

 
ปฏิทินกิจกรรม
 
<< พฤษภาคม 2563 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

รายการกิจกรรมทั้งหมด
 
เว็บไซต์แนะนำ
   

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์
   
 
มุมนักเสี่ยงโชค
 
 
หนังสือพิมพ์ / ระบบ Email
   



 


  

ข่าวประชาสัมพันธ์
ศิริโชครับเข้าพบบูท เรือนจำ ปัดใส่ร้ายแม้ว-แดง

พฤหัสบดี ที่ 26 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2553


"ศิริโชค"จนมุมรับสารภาพเข้าพบ"บูท" ในเรือนจำ ปัดพัลวันต่อรองใส่ร้ายแม้ว-แดง ส่งตัวสะดุดนายกฯบอกให้รอ

"สุเทพ"ลอยแพ"ศิริโชค"พบ"วิคเตอร์ บูท"ถึงคุกไม่ใช่คำสั่งรบ. ย้ำมะกันบีบไทยไม่ได้ "ศิริโชค"รับเข้าพบจริง อธิบดีราชทัณฑ์เผย โทรมาขอจึงอนุญาตให้ทำตามระเบียบ "มาร์ค"เรียก"สมช."ถกกรอบกฎหมายส่งตัว "บูท"


"มาร์ค"ป้อง"วอลล์เปเปอร์"เยี่ยม"บูท"
 


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ถึงกรณี นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เลขาฯส่วนตัวนายอภิสิทธิ์ เดินทางไปพบกับ นายวิคเตอร์ อนาโตลเจวิช บูท พ่อค้าอาวุธชาวรัสเซียในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ จนมีการวิจารณ์ถึงการใช้อำนาจโดยมิชอบ ว่า ขอยืนยันว่าไม่มีประเด็นการไปใช้อำนาจอะไรทั้งสิ้น แต่ต้องถามนายศิริโชค ทั้งนี้เข้าใจว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ออกมายืนยันทั้งหมดแล้วว่าไม่มีกรณีที่ไปใช้อำนาจ หรือการไปต่อรองอะไรทั้งสิ้น แต่คนที่ต้องรับผิดชอบคำพูดมากกว่าคือคนที่สร้างเรื่องขึ้นมา และสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาลและกระบวนการยุติธรรม เพราะใช่เรื่องจริง


ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ส.สามารถเข้าไปหาผู้ต้องหาในเรือนจำได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประชาชนธรรมดาเข้าไปได้ เพราะทุกอย่างมีระเบียบอยู่ เมื่อถามย้ำว่า แต่นายวิคเตอร์ บูท เป็นผู้ต้องหาคดีสำคัญและคดีระหว่างประเทศ ถือว่าเหมาะสมแล้วหรือที่นายศิริโชคจะเข้าไปหา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มีสิทธิและกฎระเบียบอยู่ ส่วนการเข้าไปเยี่ยมนายวิคเตอร์ บูท คงต้องถามนายศิริโชคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตนไม่ได้เป็นคนมอบหมายให้นายศิริโชคไปพบ แต่เมื่อไปพบมาแล้วตนได้สอบถาม ซึ่งนายศิริโชคพยายามอธิบายต่อสภาผู้แทนราษฎร เห็นได้ว่าแม้จะมีผู้เสนอข้อมูลมามากเกี่ยวกับกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบาลก็ไม่เคยปรักปรำอะไรต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเราฟังข้อมูลจากทุกด้าน


ส่งตัว"บูท"สะดุดนายกฯบอกให้รอ


ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีของนายวิคเตอร์ บูท เกี่ยวโยงกับคดีเครื่องบินสัญชาติจอร์เจีย ที่ขนอาวุธจากเกาหลีเหนือมาจอดที่ประเทศไทยอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ขอพูด เมื่อเรารับข้อมูลอะไรมาก็นำมาพิจารณาเท่านั้น และไม่เคยไปกล่าวหาใคร แต่คนที่กล่าวหารัฐบาลถ้ามาอยู่ในฐานะเดียวกับพวกตนและได้เห็นข้อมูลหลายอย่าง ป่านนี้คงสร้างเรื่องใหญ่โตไปแล้ว แต่เราให้ความเป็นธรรมกับทุกคนว่าถ้าแม้มีผู้ส่งข้อมูลเข้ามา หลักฐานและพยานไม่ชัดเจนเราไม่ไปกล่าวหาและปรักปรำใคร 


นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงคืบหน้าการส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท เพราะสหรัฐอเมริกาส่งเครื่องบินมารอรับ ว่า การส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าเครื่องบินจะบินมาเมื่อไหร่ ฉะนั้นเครื่องบินต้องจอดรอ เพราะมีกระบวนการที่ต้องไปทำงาน ส่วนการถอนคดีนั้น อัยการสูงสุดเป็นผู้ส่งฟ้อง จึงต้องไปปรึกษาหารือกันว่าจะเดินต่อไปอย่างไร ทั้งนี้ การแสดงเจตนาที่จะถอนคำร้องในคดีที่ 2 ทางสหรัฐต้องไปยื่นเรื่องกับกระทรวงการต่างประเทศ แต่ผู้ที่ถอนคืออัยการสูงสุด ซึ่งต้องหารือกันก่อน เพราะมีหลายแง่มุม


ผู้สื่อข่าวถามว่า ภายใต้กระบวนการและขั้นตอนจะสามารถดำเนินการทันในระยะเวลา 3 เดือนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าไม่ทันสามารถขยายเวลาในคดีแรกได้อยู่แล้ว สมมุติว่าคดีที่ 2 เริ่มเดิน ในส่วนของคดีแรกก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีการส่งตัวผู้ต้องหากลับไปภายใน 90 วัน ตนถึงได้บอกว่าในหลายๆ เรื่องต้องได้ข้อยุติก่อน ทั้งนี้ตนจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจ 


"ในส่วนของสหรัฐ ควรจะเข้าใจว่าความจริงแล้วกระบวนการยังไม่จบ ตามกฎหมายขึ้นอยู่กับดุลพินิจของฝ่ายบริหารอีกชั้นหนึ่ง จึงไม่ควรเข้าใจหรือมากดดันอะไรทั้งสิ้น แต่เป็นเรื่องที่เราจะมีการดำเนินการในส่วนของเรา เรื่องนี้เป็นดุลพินิจเป็นกฎหมายของเรา ไม่เกี่ยวกับเครื่องบินจะมาจอดรอเมื่อไหร่"นายอภิสิทธิ์กล่าว


เมื่อถามว่า ประเทศรัสเซียมีความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เนื่องจากเรื่องนี้มีความกระทบกระเทือน ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ ดังนั้นจะมาบอกว่าต้องยุติภายใน 1-2 วันเป็นไปไม่ได้ เพราะเราต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศของเราก่อน เมื่อถามว่า ขณะนี้ไทยอยู่ตรงกลางระห่างประเทศมหาอำนาจสองประเทศ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ใช่ ซึ่งเป็นธรรมดา แต่ถ้าเราสามารถทำทุกอย่างได้ตรงไปตรงมาและสามารถอธิบายได้หรือหาทางออกที่ดีได้ก็จะเป็นประโยชน์ที่สุด

 

 

"มาร์ค" เรียก "สมช." ถกกรอบกฎหมายส่งตัว "บูท"


เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 25 สิงหาคม ที่ห้องรับรองนายกรัฐมนตรี รัฐสภา นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าพบและหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  ถึงการดำเนินการในคดีการส่งตัวนายวิกเตอร์ บูท ผู้ต้องหาขาวรัสเซียไปประเทศสหรัฐฯ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการหารือว่า ได้ให้นโยบายการดำเนินการเรื่องของการส่งตัว นายวิกเตอร์ บูท กลับไปสหรัฐฯ ว่า ให้ดำเนินการไปตามกฎหมาย

               
ด้านนายถวิล กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติที่ยังมีความสับสนกันอยู่ในขณะนี้ โดยทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งวิธีปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวก็มีขั้นตอนตามกฎหมายอยู่ โดยคดีของนายบูทนั้นมี 2 คำร้อง ซึ่งคำร้องแรก คดีถึงที่สุดแล้วจากการที่ศาลอุทธรณ์ให้ปล่อยตัว ซึ่งก็ต้องมีการส่งตัวไปตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนภายในเวลา 3 เดือน ซึ่งขั้นตอนการปฏิบัติเนื่องจากคดีแรกแม้จะสิ้นสุดไปแล้ว แต่ก็ยังมีคำร้องในคดีที่สอง ซึ่งทางการสหรัฐฯได้ร้องเข้ามาอีก ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการยื่นคำร้องถอนคดีที่สอง แต่ทางสหรัฐฯจะถอนโดยต้องทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ แต่เมื่อกระบวนการยังไม่ไปถึงศาลและอัยการสูงสุด จึงต้องรอให้คดีทั้งสองไปถึงอัยการและศาลก่อน ดังนั้นข่าวที่ระบุว่าจะมีการขอตัวกลับไปยังสหรัฐฯตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา จึงไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตามตนคิดว่าการยื่นถอนคำร้องคดีที่สอง คงใช้เวลาไม่นาน

 

อธิบดีราชทัณฑ์เผย"ศิริโชค"โทรมาขอเข้าพบ"บูท"ในคุก


นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลาพรรคประชาธิปัตย์ คนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์มาประสานทางวาจากับตน ขออนุญาตเข้าพบ นายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องขังคดีค้าอาวุธ ชาวรัสเซีย  ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อขอดูสภาพความเป็นอยู่และสอบถามข้อมูล  ช่วงก่อนมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์  ตนในฐานะอธิบดีกรมราชทัณฑ์จึงอนุญาตให้นายศิริโชคเข้าไปพบนายวิคเตอร์ บูท ในเรือนจำได้ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งอธิบดีมีสิทธิพิจารณาอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปในเรือนจำได้ โดยนายศิริโชคเดินทางเข้าพบนายวิคเตอร์เพียงคนเดียว ไม่มีทนายความของอีกฝ่ายแต่อย่างใด ทั้งนี้ระหว่างที่นายศิริโชคพูดคุยกับนายวิคเตอร์ บูท มีเจ้าหน้าที่เรือนจำยืนควบคุมตามระเบียบ
 

 

"ศิริโชค"รับเข้าพบ"วิคเตอร์ บูท"จริง

 

ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี เปิดเผย วันนี้จะยังไม่มีการส่งตัวนายวิกเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าอาวุธชาวรัสเซีย ให้ทางการสหรัฐอเมริกาตามที่เป็นข่าว เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการและขั้นตอนของกฎหมาย


นายศิริโชค โสภา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คนสนิทนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมากล่าวหาว่านายศิริโชค ได้เข้าพบนายวิคเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธชาวรัสเซีย เพื่อให้นายวิคเตอร์ บูท ซัดทอดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคนสั่งให้ขนอาวุธจากเกาหลีเหนือมายังประเทศไทย เพื่อให้กับคนเสื้อแดง ว่า อยากชี้แจงว่า ทนายความของนายวิคเตอร์ บูท ได้ออกมาแถลงข้อเท็จจริง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะเป็นการพิสูจน์ว่านายจตุพร โกหกกลางสภาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทนายของนายวิคเตอร์ บูท พูดชัดเจนว่า ตนเข้าไปเยี่ยมนายวิคเตอร์ บูท จริง แต่ไม่มีการไปบอกว่าให้นายวิคเตอร์ บูท ไปใส่ร้ายป้ายสีพ.ต.ท.ทักษิณ 

 

ปัดให้ใส่ร้าย"แม้ว"ขนอาวุธส่งเสื้อแดง


"มันเห็นได้ชัดว่า สิ่งที่คุณจตุพรทำมาตลอดคือพยายามต่อรอง และคิดว่า คนอื่นจะทำเหมือนคุณจตุพร ซึ่งในกรณีนี้ไม่ใช่ ผมเข้าไปในเรือนจำเป็นไปตามกฎระเบียบของกรมราชฑัณฑ์ เพื่อทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง ไม่ได้มีการใส่ร้ายป้ายสีหรือต่อรองกันเลย" นายศิริโชค กล่าว

    
เมื่อถามว่า นายจตุพรกล่าวอ้างว่าการพูดคุยไม่สามารถต่อรองได้ จึงเป็นที่มาของคำพิพากษาของศาลอุธรณ์ ให้ส่งตัวไปดำเนินคดีที่ประเทศสหรัฐ นายศิริโชค กล่าวว่า "นี่คือการโกหกของคุณจตุพร และวันนี้มีทนายของนายวิคเตอร์ บูท เป็นพยาน ยืนยันว่าไม่ได้มีการต่อรองอะไร"

 

เมื่อถามว่า ดคีนายวิคเตอร์ บูท เกี่ยวอะไรกับประเทศศรีลังกา นายศิริโชค กล่าวว่า"นายวิคเตอร์ บูท ได้รับการเชื่อจากประเทศสหรัฐ ว่า เป็นผู้ค้าอาวุธรายใหญ่ ซึ่งเครื่องบินที่มายังประเทศไทย มีความเกี่ยวพันกับบริษัทของนายวิคเตอร์ บูท ซึ่งเป้าหมายของเครื่องบินอยู่ที่ประเทศศรีลังกา และยังเกี่ยวโยงกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะวันเดียวกันพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ประเทศศรีลังกา ด้วยความที่เป็นส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ยังไม่ลืมหน้าที่การเป็นฝ่ายค้าน เราต้องตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไรแค่นั้นเอง" เมื่อถามว่า นายวิคเตอร์ บูท ได้ระบุว่าความสัมพันธ์กับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า เขาไม่ได้บอกว่ามีความสัมพันธ์ บอกเพียงว่าเขารู้จัก พ.ต.ท.ทักษิณ ดี

 

ยันมีสิทธิ์เข้าพบนักโทษได้


เมื่อถามว่า เครื่องบินลำดังกล่าวหลังจากการตรวจสอบแล้วไม่ได้มีการระบุชัดเจนว่าอาวุธเป็นของใคร นายศิริโชค กล่าวว่า ขณะนี้หลายประเทศก็ต้องปฏิเสธความเป็นเจ้าของ หากวันนี้เราตรวจสอบว่าเครื่องบินเป็นของใครคงไม่ทราบ ขณะนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ ตนจึงจำเป็นต้องไปดูข้อเท็จจริง เมื่อถามว่า รัฐบาลยังเก็บอาวุธไว้หรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตนมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีความเกี่ยวโยงอย่างไร โดยข้อมูลที่นายวิคเตอร์ บูท ให้มาเขาพยายามอ้างว่าเกี่ยวข้องกับประเทศอื่นที่พยายามจับเขา

 

เมื่อถามว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทราบหรือไม่ว่าได้เข้าไปพบนายวิคเตอร์ บูท นายศิริโชค กล่าวว่า "ผมไม่ได้บอกนายกฯ เราแยกกันทำงาน แม้ว่าผมจะติดตามนายกฯ เป็นเลขาส่วนตัวช่วยงานนิติบัญญัติ แต่บางเรื่องที่ผมเข้าไปตรวจสอบก็ไม่ได้บอกนายกฯ เพราะเป็นข้อมูลที่บางครั้งเราจำเป็นต้องใช้" เมื่อถามว่า หลังจากเข้าพบนายวิคเตอร์ บูท แล้วได้รายงานให้นายกฯทราบหรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับนายกฯว่าตนได้เข้าไปหาข้อมูล และพบข้อมูลบางสิ่งที่น่าสนใจ ซึ่งนายกฯไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมาก
 

เมื่อถามว่า เกรงว่าจะเป็นการทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 261 เป็นการก้าวก่ายการทำงานของฝ่ายบริหาร นายศิริโชค กล่าวว่า มันไม่เกี่ยว เพราะส.ส.มีหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลอยู่แล้ว การเข้าไปในเรือนจำเป็นไปตามกฎระเบียบของกรมราชฑัณฑ์ อยู่แล้ว ผมไม่ได้ใช้สิทธิมากกว่าประชาชนธรรมดา เมื่อถามว่า นายจตุพร ระบุว่าเข้าไปในเรือนจำนอกเวลาราชการ นายศิริโชค กล่าวว่า "ผมไม่ได้เข้าไปในเวลานอกราชการ ถ้าผมจำได้เข้าไปในเวลากลางวัน ซึ่งขออนุญาตตามปกติ ไม่ได้ผิดกฎเกณฑ์อะไร ก็เหมือนคุณจตุพรไปเยี่ยมยาทในเรือนจำ คุณจตุพรก็ขออนุญาตตามปกติ"

 

"สุเทพ"ไม่รู้"ศิริโชค"พบ"วิคเตอร์ บูท"ในฐานะอะไร

สื่อเกาะติดหน้าคุกเจ็ทมะกันจอดรอเก้อ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหน้าเรือนจำบางขวาง จ.นนทบุรี มีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ติดอาวุธคอยรักษาความปลอดภัย บริเวณด้านหน้าอย่างเข้มงวด ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ คอยติดตามการส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าอาวุธชาวรัสเซีย กลับไปดำเนินคดีที่สหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ขณะที่นางเอร่า บูท ภรรยาของนายวิคเตอร์ และครอบครัว ยังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ด้านหน้าเรือนจำอย่างใกล้ชิด


ขณะเดียวกันบรรดาสื่อมวลชนไทย และสื่อมวลชนต่างประเทศ จากหลายสำนักปักหลักรอรายงานข่าวเกี่ยวกับการส่งตัวนายวิคเตอร์ อย่างใกล้ชิดแต่จนถึงเช้ายังไม่มีวี่แววว่าเจ้าหน้าที่จะนำตัวนายวิคเตอร์บูท ออกมาจากเรือนจำแต่อย่างใด


ทางด้านนายลักษณ์ นิติวัฒนะวิจารณ์ ทนายความนายวิคเตอร์ บูท กล่าวว่า นายวิคเตอร์ บูท มีสิทธิ์ที่จะไม่เดินทางไปสหรัฐฯเนื่องจากนายวิคเตอร์ บูท ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ อย่างไรก็ตามช่วงที่ติดคุก 2 ปี ได้สร้างความเสียหายให้กับนายวิคเตอร์ บูท เป็นอย่างมาก เพราะเป็นนักธุรกิจที่รับจ้างขนสินค้าอะไรก็ได้ เจ้าหน้าที่ไม่มีสิทธิ์ไปเปิดดูในเครื่องบินว่า รับจ้างขนอะไรทำให้ธุรกิจเสียหายมหาศาล จะยื่นคัดค้านโดยใช้กฎหมายพิจารณาความอาญาที่ศึกษามา ถ้าไทยยังยืนยันจะส่งนายวิคเตอร์ บูท ไปสหรัฐฯ ตนก็จะประท้วงหน่วยงานเรื่องความมั่นคงระดับสหประชาชาติ


ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกาได้นำเครื่องบินเจ็ทมารอรับตัวนายวิคเตอร์ บูท ที่ลานบินกองบิน6 กองทัพอากาศแล้ว

 

"บัวแก้ว"ปัดต่อรองรัสเซียจับ"แม้ว"


ด้าน นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐส่งเครื่องบินมารอรับตัวนายวิคเตอร์ บูท ที่สนามบินดอนเมืองว่า เป็นการเตรียมความพร้อมของฝ่ายสหรัฐแต่ไม่มีผลกดดันอะไรกับไทย เพราะต้องดำเนินการตามกระบวนการภายในประเทศให้แล้วเสร็จ ขณะนี้กระทรวงได้รับหนังสือจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐเรื่องการถอนฟ้องในอีกคดีหนึ่งที่ยังค้างอยู่แล้ว และจะดำเนินการแจ้งไปตามขั้นตอนต่อไป ส่วนจะใช้เวลาเท่าไหร่นั้นคงไม่สามารถบอกได้เพราะขึ้นกับการพิจารณาของศาล
"การที่สหรัฐส่งเครื่องบินมาอาจสร้างความสับสนให้หลายฝ่ายว่าจะมีการส่งตัวนายบูทไปทันที แต่ยืนยันว่าต้องรอให้กระบวนการภายในของเราแล้วเสร็จก่อนจึงจะส่งตัวได้" นายธานีกล่าว


เมื่อถามว่า นายจตุพรระบุว่าไทยได้ยื่นข้อเสนอแลกตัว พ.ต.ท.ทักษิณกับนายบูท และได้มีการหารือระหว่างที่นายกษิตพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียในการประชุมอาเซียนที่กรุงฮานอย นายธานีกล่าวว่า ตนอยู่ในการหารือด้วยยืนยันได้ว่าไม่มีการหารือในเรื่องดังกล่าวเลย แต่เป็นการหารือเรื่องความสัมพันธ์ทวิภาคี การส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน ไม่มีการยื่นเงื่อนไขอย่างนั้น รวมถึงไม่มีการหารือเรื่องเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณด้วย


อัยการบอกยังไม่เห็นหนังสือถอนฟ้องคดี


ด้าน นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีสหรัฐอเมริกาประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้ยื่นถอนคำร้องส่งผู้ร้ายข้ามแดนเพิ่มเติมฉบับที่ 2 นายบูทเป็นผู้ร้ายกลับไปดำเนินคดีข้อหาฟอกเงิน และฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่า ยังไม่เห็นหนังสือที่ทางการสหรัฐแจ้งความประสงค์ให้อัยการถอนคำร้องส่งผู้ร้ายข้ามแดนฉบับที่ 2 หากสหรัฐมีหนังสือแจ้งความจำนงมาแล้ว อัยการพร้อมจะดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ซึ่งกระบวนการจะใช้เวลาเพียงวันเดียวจะทราบผล


"เมื่อยื่นขอถอนคำร้อง แล้วศาลมีคำสั่ง กระบวนการส่งตัวนายบูทสามารถทำได้ทันทีตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ หากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมขั้นตอนต่างๆ ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน ส่วนการจัดเจ้าหน้าที่เพื่อรอส่งตัว เป็นเรื่องที่มีหลักปฏิบัติอยู่แล้ว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสำคัญของผู้ต้องหาแต่ละคดีด้วย" นายศิริศักดิ์กล่าว


ด้าน นายลักษณ์ นิติวัฒนวิจารณ์ ทนายความนายบูท กล่าวว่า ปกติหากยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง จะต้องถามความยินยอมจากจำเลยด้วย กระบวนการถอนฟ้องจึงไม่ง่ายนัก ซึ่งจำเลยจะคัดค้านหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหาเพราะก่อนหน้านี้ได้ยื่นคำคัดค้านที่อัยการยื่นคำร้องฉบับที่ 2 ไปแล้ว


"เมียบูท"ซื้อต้มยำกุ้งฝากสามี


เมื่อเวลา 07.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าเรือนจํากลางบางขวาง จ.นนทบุรี มีผู้สื่อข่าวทั้งในและต่างประเทศจํานวนมาก เดินทางมาสังเกตการณ์กรณีการส่งตัวนายบูท โดยบริเวณด้านหน้าเรือนจำมีหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กรมราชทัณฑ์ ประมาณ 10 นาย พร้อมอาวุธปืน วางกำลังหน้าประตูทางเข้าอย่างแน่นหนา


เวลา 09.00 น. นางเอลล่า บูท ภรรยานายวิคเตอร์ บูท พร้อมนายลักษณ์ ทนายความส่วนตัวเข้าเยี่ยมนายบูท เมื่อถึงหน้าเรือนจําก็พบสื่อมวลชนจํานวนมากทำให้นางเอลล่าแสดงความไม่พอใจออกมาและขว้างปาขวดน้ำดื่มใส่นักข่าวสำนักข่าวต่างประเทศรายหนึ่ง ซึ่งนางเอลล่าปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในทุกกรณี รวมถึงมีอากัปกิริยาเคร่งเครียด มือไม้สั่นและสูบบุหรี่มวนต่อมวน ทั้งนี้ ก่อนเข้าเยี่ยม นางเอลล่าแวะซื้อกุ้งต้มร้านสหกรณ์เรือนจําเข้าไปเยี่ยมนายบูท


ต่อมา เวลา 10.50 น. นายลักษณ์พร้อมนางเอลล่าเดินทางออกมาจากเรือนจำ โดยนายลักษณ์กล่าวว่า มายังเรือนจำกลางบางขวางเพื่อนำหนังสือขอใช้สิทธิยับยั้งการส่งตัวนายบูทให้ทางการสหรัฐข้อหาผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากเกรงว่าการกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตกับลูกความตน


ผู้สื่อข่าวถามกรณีนายศิริโชคเข้าพบนายบูทที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นายลักษณ์กล่าวว่า นายศิริโชคเข้าพบกับนายบูทจริง แต่พูดคุยกันเรื่องของรูปคดี ไม่มีการสอบถามหรือคุยถึงเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่อย่างใด เพราะวันที่นายศิริโชคมาพบนั้น ตนและภรรยานายบูทอยู่ด้วย


เล็งแปลบทสนทนา"ศิริโชค-บูท"แจก


ด้านภรรรยานายบูทกล่าวสั้นๆ ว่า ยังไม่อยากให้สัมภาษณ์ใดๆ เพราะหลังจากมีการเสนอข่าวว่าสามีเป็นอาชญากรระดับชาติ ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและธุรกิจร้านค้าเสื้อผ้าแบรนด์เนมชื่อดังของตนที่ประเทศรัสเซียอย่างมาก ขอโทษผู้สื่อข่าวทุกคนที่แสดงอากัปกิริยาที่ไม่ดีออกไป


รายงานข่าวแจ้งว่า วันที่นายศิริโชคเข้าไปพบนายบูท นางเอลล่าอยู่ด้วยและได้บันทึกเทปการสนทนาระหว่างนายบูทกับนายศิริโชคไว้อย่างละเอียดและจะนำไปให้บริษัทรับแปลภาษาที่ประเทศรัสเซียแปลก่อนมาเผยแพร่ให้กับสื่อต่างๆ ระหว่างที่กลุ่มสื่อมวลชนปักหลักรอทำข่าวนายบูทอยู่นั้นทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พบวัตถุต้องสงสัยถูกนำมาวางทิ้งไว้บริเวณป้อมยามร้างฝั่งร้านค้าสวัสดิการอยู่ตรงข้ามฝังเรือนจำที่คุมขังทางเจ้าหน้าที่ จึงกั้นพื้นที่ก่อนเข้าตรวจพบว่าวัตถุดังกล่าวเป็นกระป๋องน้ำอัดลมเปล่ามีการลากสายไฟจากกระป๋องออกมาด้านนอก แต่ไม่มีวงจรของวัตถุระเบิด คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ของผู้ไม่หวังดี


"รัสเซีย"ไม่ทราบส่ง"บูท"เมื่อใด


วันเดียวกัน สำนักข่าวอาร์ไอเอ โนวอสติ ของรัสเซียรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศรัสเซียแถลงตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวต่อกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ทางการไทยเตรียมส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท ให้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่อเมริกันในวันนี้ (25 สิงหาคม) เพื่อนำตัวกลับสหรัฐอเมริกาว่า ทางรัสเซียยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อแจ้งให้ทราบจากทางการไทยว่าจะส่งตัวนายบูทไปสหรัฐอเมริกาเมื่อใด อย่างไรก็ตาม อาร์ไอเอ โนวอสติ ระบุไว้ด้วยว่า ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ทางการไทยมีพันธะตามกฎหมายที่จะต้องแจ้งกำหนดวันเวลาในการส่งตัวให้ทางการรัสเซียรับทราบก่อนหรือไม่

มติชน

 

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าวันที่ 25 สิงหาคม ถึงกรณีที่ทางการสหรัฐอเมริกาส่งเครื่องบินมาจอดที่ ลานจอดเครื่องบิน กองบิน 6 กองทัพอากาศเพื่อรอรับตัวนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าอาวุธสงครามชาวรัสเชีย ว่า รัฐบาลไทยทำอะไรตรงไปตรงมาตามกระบวนการยุติธรรมทุกอย่างเมื่อมีการจับกุมก็มีการดำเนินคดีในศาล จนศาลได้มีคำวินิจฉัยออกมาซึ่งก็ต้องดำเนินการตามคำสั่งศาล แต่ก็ยังมีประเด็นของคดีอื่นๆที่ฝ่ายสหรัฐอเมริกาได้ร้องมาในภายหลังอีก ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนอยู่ว่าอัยการจะยื่นคำร้องต่อศาลแล้วจะมีการวินิจฉัยต่อหรือไม่อย่างไร ซึ่งเท่าที่ตนฟังฟังตามข่าวคือสหรัฐอเมริกาเอามาจอดไว้รอว่าเมื่อไรรัฐบาลไทยปล่อยตัวจะรับตัวไปทันที เพราะในคำสั่งศาลนั้นระบุว่าไทยจะต้องดำเนินการภายใน 90 วัน ทางสหรัฐอเมริกาจึงมารอ ซึ่งทางสหรัฐอเมริกาอาจจะเร่งรัด แต่ไทยนั้นต้องดำเนินการตามขั้นตอนก่อน


เมื่อถามถึงกรณีที่ นายศิริโชค  โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คนใกล้ชิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไปพบนายวิคเตอร์ บูท นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่สงสัยเรื่องนี้ เพราะไม่เคยรู้ว่านายศิริโชค ได้ไปพบนายวิคเตอร์ บูท ซึ่งเรื่องนี้ต้องสอบถามนายศิริโชค เพราะตนไปวิจารณ์ในสิ่งที่ไม่รู้ไม่ได้ เดี่ยวตนจะไปมีปัญหากับนายศิริโชคไม่ได้


"ผมแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่ผมไม่ชัดเจนไม่ได้ ผมไม่ทราบว่าคุณศิริโชค ไปพบกับวิคเตอร์ บูท จริงหรือเปล่า ไปฐานะอะไร ไปทำไม แต่ถ้าถามผมว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของคุณศิริโชคหรือไม่ ผมไม่เกี่ยว ผมรับผิดชอบงานความมั่นคง แต่คุณศิริโชค ไม่ได้ขึ้นกับสายงานผม และคุณศิริโชค ไม่ได้รับมอบหมายจากผม และผมก็เชื่อว่าไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมไม่เชื่อว่านายศิริโชคจะไปพบตามข่าว" นายสุเทพ กล่าว
 

เมื่อถามว่า ทนายความของนายวิคเตอร์ บูท ยอมรับแล้วว่านายศิริโชค ได้พบกับนายวิคเตอร์ บูท จริง ซึ่งจะทำให้ถูกมองว่าคดีนี้ถูกการเมืองแทรกแซง นายสุเทพ กล่าวว่า คดีนี้ไม่มีการเมืองเข้าไปแทรกแน่นอน รัฐบาลไม่เสี่ยงเอาประเทศไทยไปเล่นการเมืองระหว่างประเทศแน่นอน และโดยนิสัยใจคอ นายอภิสิทธิ์ ซึ่งเรียนจบมาทางด้านกฎหมายก็รู้ดีว่ากฎเกณฑ์กติกาเป็นอย่างไรและไม่ใช่วิธีการแบบนี้ และไม่มีประโยชน์อะไรที่ประเทศไทยจะไปเล่นเกมการเมืองกับชะตากรรมของคนเพียงคนเดียว และเมื่อมีข้อกล่าวหาที่ตำรวจสากลแจ้งมาแล้วมีการจับกุม ไทยก็ดำเนินคดี ซึ่งทั้งสหรัฐอเมริกาและรัสเชียต่างก็มีความคิดเห็นกันคนละอย่าง  แน่นอนว่ามีความพยายามกดดันบ้าง แต่ไทยไม่ได้หวั่นไหวและได้ปฏิบัติตามกติกาและนำทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเมื่อศาลได้วินิจฉัยออกมาก็ต้องมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องธรรมดา แต่จะมาบอกว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยไม่ได้มาตรฐานไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานในระดับสากล และยืนยันได้ว่าไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะเอามาทำเป็นเกมการเมืองเด็ดขาด

 

ย้ำใครจะบังคับไทยไม่ได้

"ส่วนกรณีของนายศิริโชคนั้นจะมีใครยืนยันหรือไม่ยืนยันนั้นผมไม่ทราบข้อเท็จจริง ไม่ได้เกี่ยวข้องจริงๆ และไม่ทราบว่าไปพบเมื่อไร ในฐานะอะไรและคุยกันเรื่องอะไร ผมไม่ทราบเลย และคุณศิริโชค ก็ทำอะไรหลายอย่างที่ผมไม่รู้เรื่อง เพราะผมไม่ได้มีความผูกพันอะไรกันนอกจากจะเป็น ส.ส.พรรคเดียวกัน " นายสุเทพ กล่าว


เมื่อถามว่าการที่ไทยรีบส่งตัวนายวิคเตอร์ บูท ให้สหรัฐอเมริกาจะทำให้เป็นอีกประเด็นที่ทำให้เกิดปัญหาระหว่างประเทศหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า การบอกว่าเร่งรีบนั้นจะทำให้ประเทศไทยขาดทุน  แต่เราไม่ได้รีบร้อนทำอะไร และได้ทำตามกระบวนการ แม้จะเอาเครื่องบินมาจอด 5-10 ลำก็ไม่สามารถทำให้เราส่งตัวได้ภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ เพราะเราจะทำตามกระบวนการ เมื่อศาลมีคำสั่งเสร็จก็จะเป็นเรื่องของอัยการที่จะดำเนินการต่อไป แต่ขณะนี้สหรัฐอเมริกานั้นยื่นข้อหาอื่นมาในภายหลังอีก อัยการจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนว่าจะพิจารณายื่นคำฟ้องต่อหรือไม่ ศาลจะรับฟ้องหรือไม่และต้องใช้เวลาเท่าไร ซึ่งตนยืนยันได้ว่าเรามีอธิปไตยของเราโดยไม่อยู่ภายใต้อาณัติของใคร


เมื่อถามว่าบางกลุ่มวิจารณ์ว่าสหรัฐอเมริกาอาจจะใช้ไทยเป็นเครื่องมือในการสร้างความขัดแย้งกับรัสเชีย นายสุเทพ กล่าวว่า คนก็วิจารณ์ได้ แต่เราต้องไม่หวั่นไหว เพราะเรื่องนี้ไม่มีใครมาบังคับเราได้ เพราะเราทำตามกฎหมาย และเราก็ทราบตั้งแต่ต้นแล้วว่าเรื่องมันจะเป็นปัญหาแน่นอน โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี นั้นทราบตั้งแต่แรก และได้ปรึกษากันแล้วโดยจะยึดหลักว่าเราจะดำเนินการตามขั้นตอนและกฎหมาย


เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวมีการคืนอาวุธที่จับได้ที่สนามบินดอนเมืองให้กับเกาหลีเหนือทั้งหมดแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นคนละเรื่องกับกรณีนายวิคเตอร์ บูท แต่เรายังไม่ได้คืนอาวุธให้ใคร ซึ่งที่คืนไปนั้นเฉพาะตัวเครื่องบินที่มีกฎหมายให้คืนกับบริษัทเครื่องบินไปเมื่อบริษัทมาทำเรื่องขอให้คืน ส่วนอาวุธนั้นเก็บเอาไว้โดยมีการรายงานให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น)ทราบแล้ว และเมื่อใดที่ยูเอ็นแจ้งให้ทำลายเราก็ทำลาย

ผู้สื่อข่าวถามว่าช่วงเวลาใดที่นายศิริโชคเข้าเยี่ยมนายวิคเตอร์ บูท นายชาติชาย กล่าวว่า จำเวลาไม่ได้ แต่ยืนยันได้ว่าทุกอย่างทำตามระเบียบ   



เข้าชม : 29009


ข่าวประชาสัมพันธ์ 5 อันดับล่าสุด

      ด่วน! เมอร์ส ลามถึงไทยแล้ว 18 / มิ.ย. / 2558
      ครม.เปิดโควต้าพิเศษขึ้นเงินเดือน 2 ขั้นทหารคสช. 8 / พ.ค. / 2558
      ไม่ลงทะเบียนซิมมือถือพรีเพด หลัง 31 ก.ค.2558 นี้ มีสิทธิโทร.ออกไม่ได้ 21 / ม.ค. / 2558
      เครื่องแอร์เอเชียพร้อม162ชีวิต ล่องหน 28 / ธ.ค. / 2557
      ยัน ครม.ให้ 2 ม.ค.58 เป็นวันหยุดปีใหม่เพิ่มเพียงวันเดียว 17 / ธ.ค. / 2557


   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ตำรวจภูธรภาค1 /ตำรวจภูธรภาค2 /ตำรวจภูธรภาค3 /ตำรวจภูธรภาค4 /ตำรวจภูธรภาค5 /ตำรวจภูธรภาค6 /ตำรวจภูธรภาค7 /ตำรวจภูธรภาค8 /ตำรวจภูธรภาค9

   ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค1 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค2 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค3 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค4 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค5 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค6
   /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค7่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค8่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค9

powered by maxsite 1.10
แลกลิงค์ นำ code ไปติดที่เว็บแล้วแจ้งทาง Email หรือ webboard