[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 เมนูหลัก
  ประวัติความเป็นมา  
  กองร้อยที่ 1  
  กองร้อยที่ 2  
  กองร้อยที่ 3  
  กองร้อยที่ 4  
  กองร้อยที่ 5  
  กองร้อยที่ 6 (สมทบ)  
  ระเบียบกองทุนและสวัสดิการฯ  
  กองทุนรุ่น33.  
  หน้าหลักเว็บบอร์ดใหม่  
  สมัครสมาชิก  
  ผู้บังคับบัญชา ตร.ภ.2  
     
 ความทรงจำของพวกเรา
 

ชีวิตในกองร้อย

 
ปฏิทินกิจกรรม
 
<< สิงหาคม 2563 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

รายการกิจกรรมทั้งหมด
 
เว็บไซต์แนะนำ
   

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์
   
 
มุมนักเสี่ยงโชค
 
 
หนังสือพิมพ์ / ระบบ Email
   



 


  

ข่าวประชาสัมพันธ์
รำลึก 19ปี ราชินีลูกทุ่งพุ่มพวง ดวงจันทร์ 13 มิ.ย.54

จันทร์ ที่ 13 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2554


13 มิย. 2554 16:44 น.

                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศาลาการเปรียญ วัดทับกระดาน ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอัฐิของราชินีเพลง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ประชาชนต่างเดินทางมาร่วมงานทำบุญประจำปี ให้แก่อดีตราชีนีเพลง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ตั้งแต่ช่วงเช้าซึ่งตรงกับวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 7 ซึ่งงานใหญ่จะมีขึ้นในวันที่ 13 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของพุ่มพวง ดวงจันทร์ ราชินีลูกทุ่ง โดยจะมีพระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษากว่า 80 ทุน สวดมาติกา- บังสุกุล ให้แก่พุ่มพวง ดวงจันทร์ โดยมีนายไกรสร แสงอนันต์ และศิลปินเพลงจำนวนหลายคนเข้าร่วมงาน ซึ่งนายไกรสรยังเดินทางไปที่ต้นไทรใหญ่ที่มีหุ่นรูปปั้นพุ่มพวง ดวงจันทร์ และไหว้ขอพรโดยมอบดอกกุหลาบสีแดงแก่รูปปั้นก่อนที่จะเขย่าเซียมซีได้หมายเลข 1 และหมายเลข 3 ท่ามกลางบรรยากาศของประชาชนที่เดินทางมาเฝ้ารอเลขเพื่อนำไปเสี่ยงโชค ส่วนในช่วงกลางคืนจะมีคอนเสิร์ตลูกทุ่งจากศิลปินเพลงจำนวนมากมาร่วมงานทั้ง 3 คืน


                ของงานรำลึกวันจากไปของ ราชินีเพลงลูกทุ่ง "พุ่มพวง ดวงจันทร์" ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ วัดทับกระดาน ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นวันครบรอบการจากไปของราชินีเพลงลูกทุ่ง และ เป็นงานวันสุดท้าย พระอธิการประสงค์ คุณากโร เจ้าอาวาส วัดทับกระดาน ได้จัดพิธีสงฆ์เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับพุ่มพวง ภายในบริเวณศาลาการเปรียญ

 


โดยนำเอาโกศบรรจุอัฐิของพุ่มพวง มาตั้งไว้ให้แฟนเพลงกราบไหว้ และ ทำบุญอุทิศส่วนบุญกุศลไปให้ ทั้งนี้ นายไกรสร ลีละเมฆินทร์ อดีตสามีของพุ่มพวง และ น้องแป้ง ศิริกานต์ นักร้องสาว 2 สไตล์ จากอัลบั้มเพลงชุด เหตุผลที่เลิกกัน พร้อมทีมงานสาหร่าย มิวสิคกรุ๊ป ได้เดินทางมาร่วมงานด้วย ขณะเดียวกันไกรสร ได้ทอดผ้าบังสุกุล ที่หน้าโกศบรรจุอัฐิของพุ่มพวง มีพระอธิการประสงค์ เป็นผู้พิจารณาผ้าบังสุกุล ต่อมา นายเกียรติศักดิ์ เหลืองวิลัย กำนัน ต.บ่อสุพรรณ พร้อมด้วย นายสุวัฒน์ เหลืองวิลัย ไวยาวัจกรณ์ วัดทับกระดาน และ คณะกรรมการวัดทับกระดาน ร่วมกันแจกทุนการศึกษา ให้แก่นักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ รวมจำนวน 99 ทุน อย่างไรก็ตามตลอดการจัดงานวันนี้ ไม่มีผู้พบตัว ลูกเพชร สรภพ ลีละเมฆินทร์ บุตรชายของพุ่มพวง และ ไกรสร

ส่วนที่เวทีคอนเสิร์ต พุ่มพวง ดวงจันทร์ ในค่ำวันนี้ ศิลปินเพลงลูกทุ่งจากหลายค่ายเพลงดัง ได้เดินทางมาร่วมงานกันเพียบ เช่น ยุ้ย ญาติเยอะ, น้องแป้ง ศิริกานต์, น้องมาย ป่วนเมือง และ น้ำผึ้ง จุฬาภา หรือฉายา พุ่มพวง 2 นักร้องสาวที่มีใบหน้า และ ลีลาการร้องเพลงได้เหมือน พุ่มพวง ดวงจันทร์

 

ประวัติและผลงานของ พุ่มพวง ดวงจันทร์

ประวัติส่วนตัว

ชื่อจริง                                  รำพึง จิตรหาญ
ชื่อเล่น                                  น้ำผึ้ง
ชื่อในวงการ                             พุ่มพวง ดวงจันทร์
เกิดเมื่อ                                  4 สิงหาคม 2504
ภูมิลำเนาเดิม                           บ้านดอนคำลึง หมู่ 4 อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี
บิดาชื่อ                                 สำราญ จิตรหาญ
มารดาชื่อ                               จรัญ(เล็ก) จิตรหาญ                              
ครอบครัว                               12 คน เป็นคนที่ 5 มีชาย 7 หญิง 5
การศึกษา                               ประถมศึกษาปีที่ 2  บ้านดอนตำลึง
เข้าสู่วงการเพลง                        ทางบ้านฝากให้อยู่วง ไวพจน์ เพชรสุพรรณ

 ประวัติก่อนมาเป็นนักร้อง

                ณ บ้านดอนตำลึง ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี คือที่มาและจุดเริ่มต้นของสุดยอดลูกทุ่งหญิง พุ่มพวง ดวงจันทร์ สมัยนั้นชาวบ้านย่านนี้รู้จักดีว่าหมู่บ้านมีนักร้อง 2 ศรีพี่น้องนักล่ารางวัลตัวฉกาจ อำนาจ ณ ไร่อ้อย และ น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย ซึ่งอำนาจผู้พี่จะใช้เพลงของ ศรคีรี ศรีประจวบ เป็นพ่อแบบ ส่วนน้ำผึ้งจะใช้แนวของ ผ่องศรี วรนุช หรือ ขวัญจิตร ศรีประจันต์ เป็นแม่แบบ เรียกว่าแทบทุกงาน ถ้ามีการประกวดร้องเพลงด้วยละก็รับรอง 2 พี่น้องคู่นี้จะต้องเข้าแข่งขันประชันเสียงเสมอและก็ไม่เคยพลาด จนคู่แข่งขยาดไปตาม ๆ กัน จากงานหมู่บ้าน ผ่านไปถึงงานอำเภอจนกระทั่งไปถึงงานจังหวัด ทั้งคู่กวาดรางวัลไปทั่ว เมื่อหมดที่ประกวดในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี ก็ย้ายไปประกวดต่างถิ่น ไม่ว่าจะเป็นกาญจนบุรี นครปฐม อ่างทอง สิงห์บุรี สระบุรี ลพบุรี จนบางทีต้องขอร้องให้พี่น้องคู่นี้งดการแข่งขันเพราะว่ากวาดรางวัลไปหลายครั้งหลายหน จนจำหน้าได้

                เมื่อไม่สามารถเข้าแข่งขันชิงรางวัลได้ผู้เป็นพี่ชาย อำนาจ ณ ไร่อ้อย ซึ่งตอนนั้นมีอายุมากกว่าน้องสาวหลายปี อำนาจเป็นบุตรคนที่ 3 ส่วนน้ำผึ้ง หรือ รำพึง จิตรหาญ เป็นบุตรสาวคนที่ 5 อำนาจผู้พี่คิดว่าถ้าขืนทนทู่ซี้อยู่ที่บ้านดอนตำลึงต่อไป ยังไง ๆ ก็คงไม่พ้นอาชีพคนงานตัดอ้อยเป็นแน่ ประกอบกับพ่อกับแม่ทะเลาะกันครอบครัวเกิดปัญหาความแตกร้าว อำนาจจึงชักชวนน้องสาววัย 10 ขวบเศษ ๆ เท่านั้นเข้ากรุงเทพ ฯ เพื่อหาช่องทางเข้าเป็นนักร้องประจำวงดนตรี โดยที่ไม่มีจุดหมายแน่นอนว่าจะเป็นคณะอะไร

                จากสุพรรณบุรี มาถึงสถานีขนส่งสายใต้ (สมัยนั้นตั้งอยู่ที่สามแยกไฟฉาย ไม่ไกลจากซอยบุปผา ศูนย์รวมของวงดนตรีลูกทุ่งแทบทุกคณะจะอยู่ในซอยนี้) เป็นขณะเดียวกันที่ ดวง อนุชา (เสียชีวิตไปแล้ว) กำลังดังมาก ๆ จากเพลง “แม่ใจโต” เริ่มจะตั้งวงใหม่ ๆ เมื่อเห็นว่าพี่น้องคู่นี้ซัดเซพเนจรมา และปรารถนาจะมาเป็นนักร้องประจำวงจึงรับเอาไว้

                อยู่กับวงดนตรี ดวง อนุชา ได้ไม่นานวงเริ่มมีปัญหาหลาย ๆ ด้านไม่มีงานเลี้ยงใดจะไม่เลิกรา วงดนตรี ดวง อนุชา ต้องสลายตัวไปในที่สุด ทั้งอำนาจและน้ำผึ้ง จึงต้องกลับบ้านที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี หนีไม่พ้นอาชีพคนตัดอ้อยงานดั้งเดิม

                ต่อมาวงดนตรี ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ไปเปิดทำการแสดงที่ วิกบ้านดอนตำลึง ใกล้ ๆ กับที่พักของน้ำผึ้ง ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งจึงเขียนจดหมายขึ้นไปเพื่อขอให้ ด.ญ. รำพึง จิตรหาญ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย ขึ้นร้องโชว์เสียงบนเวทีเมื่อไวพจน์ เปิดโอกาสให้น้ำผึ้งจึงโชว์ความสามารถเต็มที่ เสียงดี ลีลาน่าฟังแต่ยังเด็กอยู่ ไวพจน์จึงบอกให้รอไว้โตกว่านี้อีกหน่อยค่อยมาอยู่กับวง

                ไม่นานเกินรอ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ นำวงไปแสดงในงานประจำปี วัดทับกระดาน อีกครั้ง พ่อสำราญ เห็นอาการของลูกสาวก็เข้าใจดี คืนนั้นพ่อสำราญจึงตัดสินใจนำ ด.ญ.รำพึง จิตรหาญ หรือ น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย ไปฝากไว้กับไวพจน์ พร้อมทั้งมอบให้เป็นบุตรบุญธรรม

                จุดเริ่มต้น เริ่มขึ้นตรงขึ้นเริ่มจากงงานประจำปีของ วัดทับกระดาน ไม่มีใครนึกใครฝันว่าที่วัดทับกระดานอันเป็นจุดเริ่ม และจะเป็นจุดสุดท้ายของร่างของน้ำผึ้งต้องมามอดไหม้ที่นี่

                ย้อนกลับมาดูเมื่อหนูผึ้งได้เข้ามาอยู่กับวงไวพจน์แล้ว เธอยังมิได้เป็นนักร้องอัดแผ่นในทันทีทันใดหรอก เพียงแต่เป็นแค่เด็กในวงที่ยังไม่มีบทบาทอะไร ไวพจน์ลองดูใจดูความอดทนอยู่นานพอต่อมาไวพจน์ คิดจะสร้างนักร้องใหม่ไว้ประดับวง จึงเขียนเพลง “แก้วจ๋า” ให้นักร้องหนุ่มที่มีนามว่า คมเพชร แก้วเมืองกาญจน์ อัดแผ่นในเมื่อมีเพลงผู้ชายก็น่าจะมีเพลงผู้หญิงร้องตอบโต้จึงเขียนเพลง “แก้วรอพี่” ขึ้นมาอีกเพลง  และนักร้องที่เหมาะสมที่สุดคือบุตรบุญธรรม น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย นั่นเอง

                พออัดเพลงเสร็จสรรพก็เปลี่ยนชื่อใส่ลงในแผ่นแทน รำพึง จิตรหาญ หรือ น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย เป็น น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ เมื่อผลงานเพลง “แก้วรอพี่” ถูกนำไปเปิดตามสถานีวิทยุปรากฏว่าเพลงนี้เริ่มดีวันดีคืน กลืนเพลงแก้วจ๋าของนักร้องชาย คมเพชร แก้วเมืองกาญจน์ จนนักฟังลืมกันว่ามีเพลง แก้วจ๋า ก่อนแล้วจึงมีเพลง แก้วรอพี่ ซึ่งเป็นเพลงแก้ (แฟน ๆ จำนักร้องที่ชื่อ โชคดี ทวีชัย ที่ร้องเพลง “สายบัว” เพิ่งจะเสียชีวิตไป โชคดี ทวีชัย กับ คมเพชร แก้วเมืองกาญจน์ คือ คน ๆ เดียวกัน)

                พอเพลง แก้วรอพี่ เริ่มจะมีคนรู้จักชื่อ น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ นั้นเริ่มติดหู อยู่ ๆ กามเทพก็เล่นกล ธีรพล แสนสุข นักดนตรีหนุ่มของไวพจน์ ก็กระโดดเข้ามาพัวพัน ทั้งคู่ต้องกอดคอกันออกจากวงไวพจน์ อดบ้างอิ่มบ้าง เดินไปตามทางของฟ้าลิขิต

                ชีวิตเหมือนดังละคร ศรเพชร ศรสุพรรณ คือวงต่อไปที่ ธีรพล และน้ำผึ้ง และพักพิงในฐานะนักร้องหญิงโนเนม พร้อมกับผึ้งต้องเต้นหางเครื่องไปด้วย โดย ธีรพล ทำหน้าที่นักดนตรีถึงตอนนั้นชื่อ น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ นั้นจางหายไปจากความทรงจำของนักฟังเพลงแล้ว

                ชีวิตใหม่มาเริ่มต้น เมื่อ ผึ้ง และ ธีรพลย้ายมาอยู่กับวง ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด ช่วงนั้นเพลง “จดหมายเป็นหมัน” และ “รักอันตราย” ของขวัญชัยยังคับฟ้าเมืองไทย คนที่ทำแผ่นให้ขวัญชัยคือ มนต์ เมืองเหนือ เจ้าของแผ่นเสียงตรากระต่ายคู่รู้จักผึ้งดี ว่าเมื่อก่อนนี้ผึ้งเคยร้องเพลงแก้วรอพี่ไว้ไพเราะและถูกใจมาก ๆ เมื่อผึ้งได้มาอยู่กับวงขวัญชัย มนต์ เมืองเหนือ จึงจับผึ้งเข้าห้องอัด ด้วยการให้ร้องเพลงแก้กับขวัญชัยในเพลง “รักไม่อันตราย” พร้อมกับเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ผึ้งว่า พุ่มพวง ดวงจันทร์ จากนั้นก็ขอเพลง “แก้วรอพี่” จาก ไวพจน์ เพชรสุพรรณ มาให้ พุ่มพวง ดวงจันทร์ บันทึกเสียงใหม่ พุ่มพวง ดวงจันทร์ เจิดจรัส กลายเป็นดาวรุ่งลูกทุ่งหญิงคนใหม่ที่คนในวงการพูดถึงมากที่สุด แต่พระเจ้ายังไม่หยุดเล่นเกมส์สับสน ธีรพล และ พุ่มพวง ต้องออกจากวง ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด อีก

                ธีรพล หอบแผ่นพุ่มพวงขึ้นเหนือไปพร้อมกับวงดนตรี รุ่ง โพธาราม ซึ่งเป็นเพื่อนเจอะเจอนักจัดรายการคนใดก็ฝากแผ่นพุ่มพวงให้ช่วยเปิดเชียร์ให้ด้วยจนกระทั่งวง รุ่ง โพธาราม เดินสายไปถึงพิษณุโลก รุ่งได้แนะนำให้ธีรพลรู้จักกับ คารม คมคาย นักจัดรายการมีชื่อ ธีรพลจึงฝากเพลงของพุ่มพวงให้คารมช่วยกันเชียร์ให้ที เมื่อ คารม คมคาย รับปาก จากนั้นไม่นานงานเพลงของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ก็หอมอยู่แถวเหนือ

                เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงมีการทดสอบความเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ คารม คมคาย และ ธีรพล จึงประกาศเปิดวง พุ่มพวง ดวงจันทร์ เป็นครั้งแรกที่ วัดพญาปันแดน ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ในปี พ.ศ. 2518 คืนนั้นเก็บค่าดูคนละ 5 บาทสามารถเก็บเงินได้ถึง 6 พันบาท คิดดูเถอะเมื่อเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา เก็บได้ตั้ง 6 พันบาท น้อยซะเมื่อไหร่หลังจากนั้นก็เดินสายในระยะสั้น ๆ อยู่ภาคเหนือไม่ถึง 10 วันก็ต้องยกวงกลับกรุงเทพ ฯ เพราะระยะหลังเก็บได้มีดีเท่าที่ควร

                ล้มลุกคลุกคลานอยู่พักใหญ่ ดวงเริ่มสดใส เมื่อพุ่มพวงได้เข้าสังกัดค่าย เสกสรรเทป เพลงเริ่มทะยอยออกมาดี พร้อมกันนั้นทางบริษัทเสกสรร ได้ทำวงให้โดยประกบนักร้องในค่าย เสรีย์ รุ่งสว่าง ซึ่งมีความดังไล่เลี่ยกัน แต่ก็ตั้งอยู่ไม่นาน เมื่อค่ายเทปเสกสรรหยุดกิจการ ผลงานวงก็ต้องหยุดไปด้วย

                เหมือนโชคช่วย เชิดศักดิ์ เปลี่ยนศรี เพื่อนซี้ของธีรพล เขียนผลงานเพลง “แฟนพุ่มพวง” ให้ร้องพร้อมกับดึงตัวผึ้งเข้าค่ายเพลงใหม่ “อโซน่า” ที่ถือว่าเป็นค่ายเพลงแรกที่กล้าหาญชาญชัยลงทุนถ่ายมิวสิคเพลงแล้วทุ่มทางทีวี ธีรพลจึงทำวงเอง โดยมี สมชาย ทองขาว หนุนอยู่ข้างหลังอย่างต่อเนื่อง เลยเฟื่องทั้งคู่จากที่เคยเดินก้มหน้าเปลี่ยนมาเป็นเดินยืดอกอยู่ในแวดวงลูกทุ่งอย่างสง่าผ่าเผยตั้งแต่ปี 2525 เป็นต้นมา เพลงแฟนพุ่มพวง, ดาวเรืองดาวโรย, บทเรียนราคาแพง, สาวนาสั่งแฟน, นัดพบที่หน้าอำเภอ, อนิจจาทิงเจอร์, ทิ้งนาลืมทุ่ง, คนดังลืมหลังควาย, อื้อหือหล่อจัง, กระแซะเข้ามาซิ, นอนฟังเครื่องไฟ, อายแสงนีออน, สยามเมืองยิ้ม. ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน นี่คือผลงานเพลงที่ดังตามกันมา เงินแสน เงินล้าน เดินหน้าเข้าหา วงไปแสดงที่ไหนแน่นขนัดยัดทะยานอยู่นานหลายปี บ้าน รถเก๋ง ที่ดิน รถบัส รถบรรทุก มีพร้อมสรรพ เรียกว่าจะเอาอะไรย่อมได้ในชัวงนั้น

                ระหว่างที่เพลงดังหนังใหญ่ก็เข้ามาชน พุ่มพวงก้าวเข้าสู่จอเงินเป็นครั้งแรกจากภาพยนตร์เรื่อง “สงครามเพลง” ของ ฉลอง ภักดีวิจิตร จากนั้นก็ตามมาอีกหลาย ๆ เรื่อง เช่น อาจารย์เด๋อเจอพุ่มพวง, นักร้องนักเลง, รอยไม้เรียว, คุณนาย ป.4, เสน่ห์นักร้อง, หลงเสียงนาง, ผ่าโลกบันเทิง, สาวนาสั่งแฟน, ขอโทษทีที่รัก เป็นต้น

                รายได้งอกเงย งดงาม แต่เรื่องยุ่ง ๆ ต้องให้ลูกทุ่งเขาทำ เรื่องนี้ ธีรพล เป็นคนผูกปมขึ้นมาเอง ชีวิตคู่ ชีวิตรักหักสะบั้น ธีรพล แสนสุข และ พุ่มพวง ดวงจันทร์ หันหลังให้กัน ในช่วงนั้นช่วงที่พุ่มพวงกำลังเสียขวัญ ไกรสร แสงอนันต์ ก็แทรกเข้ามา เพราะว่าทั้งไกรสร และพุ่มพวงต้องแสดงหนังคู่กันจากเรื่อง มนต์รักนักเพลง จุดนี้เองทำให้ทั้งคู่เห็นใจ จากความเห็นใจกลายเป็นความรัก และแล้วทั้งคู่ก็เปิดเผยให้สาธารณชนและแฟนเพลงได้รับรู้

                ชีวิตคู่ของ พุ่มพวง ใครเห็นเป็นชื่นชม ชีวิตของผึ้งเปลี่ยนไปอีกรูปแบบเดินทางเข้าออกนอกประเทศเป็นว่าเล่น ซึ่งเป็นความสุขที่น่าอิจฉา ทางด้านวงระยะหลัง ๆ ผึ้งได้ สรรเสริญ รุ่งเสรีชัย รับเอาไปจัดการทั้งหมด ร่วมงานกับสรรเสริญประมาณ 3 ปีเศษก็หยุดวง สาเหตุมาจากเธอกำลังจะมีลูกชาย ตลอดจนร่างกายอ่อนเพลียผิดสังเกต จึงอยากจะเลิกราไปเลย

                เหตุการณ์ยังคงดำเนินต่อเมื่อได้รับการติดต่อจาก มุนี อังกินันท์ ถึงการฟอร์มวงใหญ่ วงดนตรี พุ่มดวง ดวงจันทร์ เริ่มขึ้นอีกครั้งโดยมี อ้อ มานิตย์ อังกินันท์ เป็นผู้ดำเนินด้านวง ตัวพุ่มพวงมีหน้าที่ร้องเพียงอย่างเดียว

                ถึงแม้จะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก หากแต่โรคอ่อนเพลียหน้ามืดยังคอยคุกคามอยู่บ่อย ๆ ตั้งแต่ต้นปี 2534 เป็นต้นมา พุ่มพวงต้องหาหมอเพื่อตรวจเช็คร่างกายเป็นว่าเล่น แล้ววันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2535 พุ่มพวงรู้ตัวว่าเป็นมากแต่ก็ยังไม่ยอมหยุดถึงแม้บางครั้งไปแล้วจะร้องเพลงไม่ไหว ต้องให้ สลักจิตร ดวงจันทร์ ผู้น้องขึ้นร้องแทนซึ่งแฟน ๆ ก็เห็นอกเห็นใจ แต่เมื่อไม่ไหวจริง ๆ จึงเข้าโรงพยาบาลให้หมอตรวจเช็คครั้งใหญ่ ผลอออกมาหมอบอกว่าพุ่มพวงเป็นโรคไต จากนั้นก็ได้มีการเยียวยารักษากันเรื่อย ทั้งทางแพทย์แผนปัจจุบัน แผนโบราณ และไสยศาสตร์ทุกแห่งที่เห็นว่าดีจนกระทั่งวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2535 พุ่มพวง ดวงจันทร์ ก็ปิดม่านชีวิตตัวเอง เมื่อเวลาประมาณ 3 ทุ่มที่โรงพยาบาลพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก ด้วยวัยแค่ 31 ปีเท่านั้น

ลาลับ

พุ่มพวงหายหน้าไปจากวงการเนื่องจากป่วยด้วยโรคเอสแอลอีหรือโรคแพ้ภูมิตัวเองก่อนจะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2535สิริอายุได้ 31 ปี สวดอภิธรรมศพที่วัดมกุฏกษัตริยาราม พิธีพระราชทานเพลิงศพของพุ่มพวง ดวงจันทร์ จัดที่วัดทับกระดาน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. พ.ศ. 2535 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธี นอกจากนี้ยังมีการสร้างหุ่นพุ่มพวง ตั้งอยู่ในศาลาริมสระน้ำ วัดทับกระดาน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีการจัดงานรำลึกถึงพุ่มพวงทุกปี ช่วง 13-15 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของเธอ



เข้าชม : 28942


ข่าวประชาสัมพันธ์ 5 อันดับล่าสุด

      ด่วน! เมอร์ส ลามถึงไทยแล้ว 18 / มิ.ย. / 2558
      ครม.เปิดโควต้าพิเศษขึ้นเงินเดือน 2 ขั้นทหารคสช. 8 / พ.ค. / 2558
      ไม่ลงทะเบียนซิมมือถือพรีเพด หลัง 31 ก.ค.2558 นี้ มีสิทธิโทร.ออกไม่ได้ 21 / ม.ค. / 2558
      เครื่องแอร์เอเชียพร้อม162ชีวิต ล่องหน 28 / ธ.ค. / 2557
      ยัน ครม.ให้ 2 ม.ค.58 เป็นวันหยุดปีใหม่เพิ่มเพียงวันเดียว 17 / ธ.ค. / 2557


   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ตำรวจภูธรภาค1 /ตำรวจภูธรภาค2 /ตำรวจภูธรภาค3 /ตำรวจภูธรภาค4 /ตำรวจภูธรภาค5 /ตำรวจภูธรภาค6 /ตำรวจภูธรภาค7 /ตำรวจภูธรภาค8 /ตำรวจภูธรภาค9

   ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค1 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค2 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค3 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค4 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค5 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค6
   /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค7่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค8่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค9

powered by maxsite 1.10
แลกลิงค์ นำ code ไปติดที่เว็บแล้วแจ้งทาง Email หรือ webboard