[x] ปิดหน้าต่างนี้
 
 เมนูหลัก
  ประวัติความเป็นมา  
  กองร้อยที่ 1  
  กองร้อยที่ 2  
  กองร้อยที่ 3  
  กองร้อยที่ 4  
  กองร้อยที่ 5  
  กองร้อยที่ 6 (สมทบ)  
  ระเบียบกองทุนและสวัสดิการฯ  
  กองทุนรุ่น33.  
  หน้าหลักเว็บบอร์ดใหม่  
  สมัครสมาชิก  
  ผู้บังคับบัญชา ตร.ภ.2  
     
 ความทรงจำของพวกเรา
 

ชีวิตในกองร้อย

 
ปฏิทินกิจกรรม
 
<< มีนาคม 2562 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

รายการกิจกรรมทั้งหมด
 
เว็บไซต์แนะนำ
   

สถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์
   
 
มุมนักเสี่ยงโชค
 
 
หนังสือพิมพ์ / ระบบ Email
   



 


  

ความรู้เกี่ยวกับ IT
พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 11 สิงหาคม 2551

อาทิตย์ ที่ 7 เดือน กันยายน พ.ศ.2551


 

ข้าพเจ้าขอขอบคุณ ท่านผู้เป็นกำลังสำคัญของบ้านเมือง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาลที่ มาชุมนุมกันอยู่ ที่นี้ทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ผู้แทนของรัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ สภา สถาบัน สมาคม ชมรม มูลนิธิ ลูกเสือชาวบ้าน และประชาชนทุกหมู่เหล่า จากหลายจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมใจกันเดินทางมาอวยชัยให้พรข้าพเจ้าในวันนี้

 โดยมีท่านนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กล่าวอำนวยพรแก่ข้าพเจ้า ในนามของประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกมีกำลังใจยิ่งขึ้น ที่จะทำงานช่วยเหลือประชาชนต่อไป เพราะเป็นพระราชปณิธานขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า ทรงเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของชาวไทย แล้วก็ทรงพร้อมที่จะทรงงาน เพื่อช่วยรัฐบาลของพระองค์ ในการทะนุบำรุงประชาชน ทั่วขอบขันธ์รัฐสีมาของไทย ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

 แม้ว่าปีนี้ข้าพเจ้าจะอายุ ๗๖ แต่เมื่อได้รับพรจากท่านทั้งหลาย ก็ทำให้มีกำลังวังชาเพิ่มขึ้น ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย ขอขอบคุณผู้มีน้ำใจอีกหลายท่าน ที่จัดอาหาร และน้ำดื่มมาบริการประชาชนจำนวนมาก ที่เดินทางมาอวยพรกับข้าพเจ้า นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นเดือนเกิดของข้าพเจ้า มีประชาชนออกมาทำการกุศลเฉลิมฉลอง และอวยพรข้าพเจ้า ผ่านทางสื่อมวลชนทั้งหลาย รวมทั้งส่งจดหมายอวยพร ไปถึงข้าพเจ้าด้วย

 สิ่งนี้ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของทุกท่าน และขอขอบคุณด้วย ข้าพเจ้าดูโทรทัศน์ และอ่านหนังสือต่างๆ ทุกวัน จึงได้ทราบกิจกรรมมากมาย ที่ประชาชน ไม่ว่าเด็กเล็ก หรือผู้ใหญ่จัดขึ้นเพื่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าปลื้มปีติอย่างยิ่ง ที่ทุกคนช่วยกันทำสิ่งดีๆ เพื่อบ้านเมือง หรือช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแก่ข้าพเจ้า ตลอดชีวิตของข้าพเจ้า พ่อ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

และต่อมาก็มีท่านอาจารย์แบน ที่อยู่เป็นพระอริยเจ้าอยู่ที่สกลนคร ท่านสอนข้าพเจ้า และทุกๆ คนที่ไปกราบว่า ขอให้ทุกคนนึกถึงบุญคุณของประเทศ ของแผ่นดินบ้าง ให้พยายามที่จะตอบแทนพระคุณของแผ่นดินอย่างสุดกำลัง เมื่อมีผู้พร้อมใจกันออกมาช่วยข้าพเจ้าเป็นแสนเป็นล้าน บ้านเมืองของเรา ก็คงจะเจริญรุ่งเรือง และลูกหลานไทย คงจะมีแผ่นดินที่ร่มเย็นเป็นสุข ไว้เป็นที่อยู่อาศัยอย่างปลอดภัยต่อไปในภายภาคหน้า

 เมื่อเร็วๆ นี้ ข้าพเจ้าต้องเข้าโรงพยาบาลจุฬาฯ เพราะว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเชื้อค่อนข้างแรง พอข้าพเจ้าหายกลับมาที่สวนจิตรฯ ก็ได้รับจดหมาย ตอนนั้นท่านยังเป็นประธานาธิบดีปูตินของรัสเซีย ท่านเขียนมาว่าขอให้รักษาพระองค์ให้หายดี เพื่อจะได้เสด็จฯ ช่วยประชาชนไทย ทั่วพระราชอาณาจักร อย่างที่ได้ทรงทำมาแล้ว อย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และข้าพเจ้าได้ทำมาตลอดเวลา

 อวยพรอย่างนั้น ข้าพเจ้าก็รู้สึกปลาบปลื้ม ระลึกถึงว่า การที่ข้าพเจ้าได้แทนพระองค์ ไปที่ประเทศรัสเซีย และได้รับการต้อนรับอย่างประเสริฐมาก จะเต็มที่ตั้งแต่สนามบิน ที่ข้าพเจ้าลงจากเครื่องบิน มีการต้อนรับอย่างดี และก็มีสวนสนามถวายที่สนามบินด้วย ได้รับความช่วยเหลือทุกอย่าง และเปิดพิพิธภัณฑ์ มิวเซียมต่างๆ ให้ข้าพเจ้าได้ดู ได้เห็นพิพิธภัณฑ์ ที่เรียกว่าหาดูได้ยาก ข้าพเจ้าก็รู้สึกซาบซึ้ง ที่พอกลับมาแล้วไม่สบาย

 แล้วท่านตอนนั้น ท่านเป็นประธานาธิบดี ท่านเขียนจดหมายมาอวยพรขอให้หายเร็วๆ จะได้ออกไปทำหน้าที่ช่วยเหลือราษฎรต่อไป ก็เลยปลื้มมาก อยากจะให้ท่านทั้งหลายทราบว่า ที่ทรงเลือกไปแทนพระองค์ ที่รัสเซียนี้ ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดี ได้เห็นธงไทย กับธงรัสเซียปลิวคู่อยู่คู่กัน ซึ่งอันที่จริงไม่ว่าเสด็จไหน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมารอบโลก มากมาย ก็ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่งตลอดมา ทีแรกข้าพเจ้านึกกลัวเหมือนกันที่ว่าไปคนเดียว แต่ว่าก็ผ่านทุกอย่างมาได้อย่างดี ทุกคนพร้อมที่จะช่วยเหลือ ให้กำลังใจ

 และข้าพเจ้าก็เลยขอพระราชทานว่า ไหนๆ อยู่ที่รัสเซีย วันแล้ว ก็จะขอไปต่อที่เยอรมัน แล้วก็ไปต่อที่ออสเตรีย เพราะว่าไม่ได้ไปมานานหนักหนาแล้ว ก็ทรงอนุญาตว่าให้ไปเถอะ ข้าพเจ้าก็ไปอย่างสนุกสนาน ได้มีโอกาสนานๆ ที ได้มีโอกาสไป ราษฎรก็มาทักทายเขาก็พูดกัน เขายืนคอยหน้าร้านต่างๆ แล้วเขาก็พูดกันในหมู่ราษฎรว่า เอ๊ะ สิริกิติ์นี่อายุสักเท่าไหร่ คนเยอรมันบอกว่าสัก ๖๐ แท้ๆ ข้าพเจ้าว่าไปตั้ง ๗๖ แล้ว เขาบอกว่าสัก ๖๐ ได้ รู้สึกว่าเขาน่ารักเป็นกันเอง และเขารู้สึกดีใจ ที่ข้าพเจ้ากลับไปเยี่ยมบ้านเมืองเขาอีก ความจริงก็ไปอย่างกันเองไปเข้าร้านโน่น ร้านนี้ อย่างสนุกสนาน

ทั้งนี้ มีเรื่องสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ประชาชนชาวไทยร่วมกันทำ เพื่อเป็นของขวัญให้ข้าพเจ้า คือ การปลูกป่า หลังจากที่ข้าพเจ้าได้เรียกร้องประชาชน ให้เห็นความสำคัญของป่าไม้ ต่อเนื่องกันมาเป็นสิบๆ ปี บัดนี้เป็นที่น่าชื่นใจมาก ว่าประชาชนก็เข้าใจ ข้าพเจ้าพยายามอ่านหนังสือต่างประเทศอยู่ตลอดเวลา เพราะได้ทราบว่าปัญหาต่อไปของชาวโลก ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่ ที่เขาว่าประมาณอีก ๑๕ ปี น้ำจืดที่พวกเรารับประทานกัน จะเป็นของที่หายากมาก

 ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกว่า เมื่ออ่านทราบแล้ว ก็เกิดความร้อนใจว่า บ้านเราไม่มีแหล่งน้ำใหญ่ๆ มีแต่ป่า ถ้าคนไทยไม่ทราบว่า ป่าไม้คืออะไร ป่าไม้ก็คือที่สะสมน้ำไว้ใต้ดินนี่เอง ที่ฤดูฝนแทนที่น้ำฝนจะไหลหลากลงไปที่ทะเล ถ้ามีป่า ป่าเหล่านั้น ต้นไม้ใหญ่ๆ เหล่านั้น จะดูดน้ำไว้ใต้ดิน ใต้ต้นไว้เป็นจำนวนมาก และตามกิ่งก้านทั้งหลายของเขา จะดูดไว้ เรียกว่าเป็นแหล่งน้ำที่ดี แล้วก็ออกมาเป็นลำธารน้อยใหญ่

 อันนี้ที่อยากให้ราษฎรทั้งหลายเข้าใจ ไม่ใช่ไปนึกแต่ว่ามีป่า ไม้สักไม้อะไรต่างๆ สำหรับตัดไปค้าขายอย่างเดียว มันมีประโยชน์อย่างอื่นด้วย ที่เราน่าจะคำนึงถึง เพราะฉะนั้น ประเทศไทยมีประชากรเป็นจำนวนมาก ถ้าน้ำจืดต่อไปใน ๑๕ ปี เป็นของที่หายาก ที่เรียกว่าแพงถูกแล้ว สมัยนี้เขาเอาน้ำทะเลมากลั่น เป็นน้ำจืดได้ แต่ว่า ค่าทำแพงเหลือหลาย แล้วประเทศเรา ไม่ใช่ว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวยอะไรมาก ถ้าถึงขนาดต้องเอาน้ำทะเล มากลั่นเพื่อเลี้ยงประชากร ก็ไม่ค่อยดีนัก เพราะฉะนั้น ทำไมเราจะไม่รู้จักเก็บป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งที่สะสมน้ำไว้ให้ดี อย่าพากันไปตัดคนละหนุบคนละหนับ

 ความจริง ป่าไม้เป็นของคนไทยทั้งชาติ เป็นผลประโยชน์ของคนไทยทั้งชาติ ไม่มีสิทธิที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด จะแอบเข้าไปตัดและทำการค้า แต่ลำพังแล้ว ต่อไปถ้าประเทศไทยขาดน้ำจะทำยังไง เพราะเราไม่ใช่ประเทศร่ำรวย ข้าพเจ้าชื่นใจมากที่ได้ยินได้ข่าวว่า นายกรัฐมนตรีสมัคร มีความมุ่งมั่น ที่จะพิทักษ์รักษาป่าไม้ ด้วยเหตุนี้ด้วยเหตุที่ว่า เป็นแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ของไทย ถ้าเราช่วยกันพิทักษ์รักษาป่า คิดว่าเราคงไม่ต้องถึงกับเอาน้ำทะเลมากลั่น และคนยากคนจนจะลำบาก เขาบอกอีก ๑๕ ปี น้ำจืดอาจจะเป็นชนวน ที่ทำให้เกิดสงครามโลกได้ นี่ข้าพเจ้าอ่านเองจากหนังสือฝรั่ง

 เพราะฉะนั้น อยากตักเตือนคนไทยว่า อย่างน้อยเรามีป่า ธรรมชาติของเรา ซึ่งถูกทำลายไปเยอะ เพื่อผลประโยชน์ต่างๆ ของบุคคล แต่บัดนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี มีความมุ่งมั่นที่จะรักษาป่าของเมืองไทยไว้ เพราะทราบว่าจะเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของประเทศ ก็ให้พวกเราช่วยกันดูแลรักษาป่า อย่าไปนึกว่าไม้สักแพง ไม้อะไรต่ออะไรคิดเป็นเงินเป็นทอง นึกถึงน้ำ ถ้าเราขาดน้ำจืด เราจะแย่ ทั้งอุตสาหกรรมก็ไปไม่ไหว ทั้งชีวิตทั่วๆ ไปของคนไทยก็แย่ ถ้าเราต้องซื้อน้ำจากประเทศต่างๆ จะแพงมาก เป็นภาระใหญ่และหนักของประเทศชาติ

 เพราะฉะนั้นเข้าใจกันง่ายๆ ว่าป่าไม้คือแหล่งน้ำ ถ้าเราปลูกป่าก็อาจจะพอทัน เราปลูกป่าเพิ่ม และระมัดระวัง ไม่ให้คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว นึกถึงแต่เงินทองอย่างเดียว ให้รู้ว่า ป่าคือน้ำของประเทศต่อไปจะได้หายห่วงสักที เขาให้เวลา ๑๕ ปี ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าจะถึง ๑๕ ปีมั้ย ที่จะเกิดภาวะน้ำจืดขาดแคลนทั่วโลก อ่านด้วยตัวเอง ก็มีความไม่สบายใจ แต่ได้ยินนายกรัฐมนตรีพูดกำชับว่า ตั้งแต่นี้ต่อไป ขอให้ทหารมาเป็นกำลังด้วย ช่วยดูแลป่าตามภาคต่างๆ ไม่ใช่ว่าใครอยากตัดอะไรไปค้าขาย ก็ตัดไปตามเรื่องตามราว บางทีกลัวกฎหมายก็เลี่ยง ควั่นตรงโคนต้นไม้ ข้าพเจ้าเห็นเอง ให้มันล้ม ค่อยๆ ควั่นให้ลึกเข้าๆ แล้วมันก็จะล้มไปเอง ไม่ใช่ความผิดของใคร

 อันนี้ก็ไม่ฉลาด เพราะผลสุดท้ายผู้ที่ได้รับทุกข์ร้อน ก็คือประชาชนชาวไทย ถ้าเผื่อน้ำจืดขาดเข้าจริงๆ แล้วเราไม่มีแหล่งน้ำอย่างเขมร ที่มีทะเลสาบที่กว้างใหญ่ หรืออย่างพม่าที่มีแม่น้ำเยอะแยะ เราไม่มีอย่างนั้น เมืองไทยทุกสิ่งทุกอย่างเวลานี้ ต้องพึ่งป่าไม้ สำหรับน้ำดื่ม และน้ำทำเกษตรกรรม อุตสาหกรรม เราต้องรู้อย่างนั้น จะได้ไม่ปล่อยผู้คนที่คิดแต่ประโยชน์ส่วนตัว ให้ตักตวงอะไรทุกอย่างของบ้านเมือง ก็เพื่อประโยชน์ส่วนตัว น่าจะหยุดกันที น่าจะเข้าใจ

 ต่อมา ข้าพเจ้าได้รับข่าวที่น่าชื่นใจว่า ประชาชนหันมาปลูกป่า และปลูกต้นไม้ กันทั่วไปในบ้านในเมือง เห็นจะเป็นที่ทางต่างประเทศ เขาเป็นห่วงถึงโลกร้อน ถ้ามีแต่มองไปทางไหนเวิ้งว้าง และเมืองเราเป็นเมืองร้อน ก็คงจะลำบาก คงจะเข้าใจว่าน่าจะช่วยกันปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีว่า ต่อไปบ้านเราจะมีน้ำกินน้ำใช้ ไม่แห้งแล้ง และต้องซื้อน้ำจากประเทศต่างๆ

 ข้าพเจ้าทราบว่า เมื่อวันที่ มิถุนายน ๒๕๕๑ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้จัดให้มีบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และกองทัพบก พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยผู้บัญชาการทหารบก กับปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้ไปลงนามร่วมกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ใจความสำคัญที่น่าชื่นใจคือ ทั้ง หน่วยงานจะร่วมมือ และสนับสนุนซึ่งกัน และกันทุกวิถีทางในการอนุรักษ์ป่าไม้ ซึ่งก็คือแหล่งน้ำของเมืองไทย

 ข้าพเจ้าจึงรู้สึกซาบซึ้ง ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี กองทัพบก กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ข้าพเจ้าขอเอาใจช่วย และจะได้เฝ้ารอดูความเจริญเติบโต ของป่าไม้ในเมืองไทยต่อไป ข้าพเจ้าทราบดีว่ากล้าไม้ ต้นหนึ่งๆ จะใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี กว่าจะกลายเป็นไม้ใหญ่ หลายปีมานี่มีการปลูกกล้าไม้ไปแล้ว หลายล้านต้นทั่วประเทศ แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเติบโตได้เองตามธรรมชาติ อีกส่วนหนึ่งจะเติบโตได้ด้วยความเอาใจใส่ดูแล ของผู้ปลูก และผู้คนในพื้นที่นั้นๆ ดังนั้น กว่าต้นไม้หลายล้านต้นเหล่านี้ จะเติบโตเป็นป่าไม้ได้ จึงต้องถึงพร้อมด้วยความสามัคคี ความเพียร ความอดทน ความเข้าใจของประชาชนชาวไทยหลายล้านคนในชาติ

 ทุกครั้งที่ได้ทราบข่าว มีการลักลอบตัดป่า ทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และข้าพเจ้าจะรู้สึกไม่สบายใจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสอน แนะนำข้าพเจ้ามาโดยตลอด ถึงความสำคัญของป่าไม้ ว่าป่าไม้ของไทย มีความสำคัญหลายประการ คือเป็นต้นน้ำลำธาร ของแม่น้ำทุกสายในประเทศ และช่วยดูดซับน้ำไว้ในราก และใต้ดิน กลายเป็นน้ำใต้ดิน ให้เราใช้ ช่วยสร้างความชุ่มชื้น ดึงดูดให้มีฝนมาตกในพื้นที่ และช่วยต้านความแรงของน้ำป่าเวลาฝนตกหนัก

 อย่างเมื่อคราวที่แล้วไม่นานมานี้ ที่แถวทางภาคเหนือ ที่บนป่าทางเหนือขาดต้นไม้มาก แต่ก็ยังไม่หยุดการตัดป่า เพราะฉะนั้น เวลาที่เกิดมีพายุฝนรุนแรง น้ำป่าก็ถล่มลงมา เอาดินลงมาอย่างแรง แล้วก็มาเป็นอันตรายกับหมู่บ้านของประชาชน อันนี้น่าจะเป็นตัวอย่าง ที่เห็นแล้วเศร้าใจที่เราไม่รู้ จนทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ พวกทางเหนือมีป่าไม้บนเขา แล้วไปลักลอบตัดเสียหมด เวลาเกิดพายุร้ายแรง เป็นภัยอันตรายมาก ดินถล่มชีวิตคนแย่

 ส่วนกรุงเทพมหานครของเรา ได้ทำดีอยู่แล้วในการปลูกต้นไม้ ก็ขอให้ปลูกเพิ่มขึ้น ซึ่งข้าพเจ้าทราบว่า ยากเพราะว่าติดสายไฟ มีสายไฟ เรายังไม่สามารถมีเงินพอ ที่จะเอาสายไฟลงใต้ดิน เพราะฉะนั้น การปลูกต้นไม้ในเมืองต่างๆ ยังเป็นปัญหาอยู่ แต่ว่าทางกรุงเทพฯ รู้สึกว่าพยายามทุกอย่าง ที่จะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าสบาย แล้วก็เจริญรุ่งเรือง

 ข้าพเจ้าได้ทราบข่าวว่า ปีนี้กรุงเทพฯ ได้รับการโหวตจากพวกนักท่องเที่ยว ให้เป็นที่หนึ่งของโลก ในความน่าอยู่น่าสบาย สะดวกสบายต่างๆ เมื่อปีที่แล้ว รู้สึกเป็นที่ แต่ปีนี้ ๒๕๕๑ เขาประกาศมาว่า เป็นเมืองที่ได้รับโหวตจากนักท่องเที่ยว ว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่น่าเที่ยว มีทั้งศิลปะเก่าแก่ วัดวาอาราม มีทั้งความเจริญก้าวหน้า มีทั้งความสะดวกสบาย มีทั้งน้ำใจที่น่ารักของคนไทยทั้งหลาย ทำให้ ข้าพเจ้าพอได้ทราบ ชื่นใจมาก ถึงจะ ๗๖ ก็ ๗๖ มันชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวย ดีใจมากเลยว่าได้รับชมเป็นที่หนึ่งในโลก

 ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี คณะนายทหารทั้งหลาย คงชื่นชมเหมือนข้าพเจ้า ดีใจมากเลย แล้วจากปีที่แล้ว ที่ข้าพเจ้าห่วงใย ในความสะอาดของแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ใช่ห่วงไปเฉยๆ ข้าพเจ้าจำได้ว่าบ้านของข้าพเจ้า อยู่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เทเวศร์ แต่เช้าจะเห็นเรือของประชาชนมาทอดแห ตกปลา ได้ปลาเป็นจำนวนมากมาย แม่ข้าพเจ้าเห็น ยังโบกมือเรียกเขาโหวกเหวก ว่าแวะมา จะได้ซื้อปลาสดๆ ที่บ้านของตัวเอง

อันนี้จำได้ติดหูติดตาและตอนนี้ ๗๐ กว่านี้ ก็ถามผู้เชี่ยวชาญว่า เป็นอย่างไรบ้าง ปลาในแม่น้ำเจ้าพระยา เขาตอบอย่างเศร้าว่า เดี๋ยวนี้แม่น้ำเจ้าพระยา เหลือแต่ปลาสวาย ซึ่งปลาสวายนี้ไม่อร่อยเลย ไม่อร่อยอย่างยิ่ง แต่ว่าเก่งอย่างคือ มีความหนังเหนียวก็อยู่ได้ ไปไหนเจอแต่ปลาสวาย เมื่อสมัยก่อน ข้าพเจ้าเห็นปลาหลายชนิด บ้านข้าพเจ้าที่เทเวศร์ มีท่าน้ำเล็กๆ เป็นไม้เอามือลูบไปข้างล่างของท่าน้ำ จะจับกุ้งได้ ความที่กุ้ง ปลา อะไรนี่บริบูรณ์ชื่นใจ พ่อแม่ ข้าพเจ้าก็ชื่นใจคนไทยจะไม่มีวันอดตาย

 พ่อแม่ข้าพเจ้า เสียชีวิตไปนานแล้ว ไม่ทราบว่าเดี๋ยวนี้แม่น้ำเจ้าพระยาของพวกเราอยู่ไม่ได้ ปลาอยู่ไม่ได้ เหลือแต่ปลาสวาย ซึ่งแย่มากๆ ไม่อร่อย อันนี้ข้าพเจ้าฟังจากผู้เชี่ยวชาญ แล้วไม่สบายใจ ถึงได้อ้อนวอนทุกคนว่า ให้พวกคนไทยเราทุกคน ช่วยกันให้แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นที่ที่มีอาหารของคนไทยอย่างมากมาย จะไม่มีวันอดตาย คนจนก็พายเรือแจว พายเรือไป แล้วไปทอดแหได้ปลา คือมีความเป็นอยู่ที่ดี แต่เดี๋ยวนี้มันหมดไปแล้ว เพราะว่าเราได้ไปอนุญาตให้โรงงานต่างๆ อยู่ตลอดแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ๆ อยุธยา บางปะอิน แล้วปลาต่างๆ ก็คงทนไม่ได้

 น้ำที่ทางโรงงานปล่อยลงไป โดยไม่ทำความสะอาดซะก่อน อย่างต่างประเทศ ปลาก็ตายเอาๆ คนไทยก็ยังยากจน หวังจะพึ่งปลาในแม่น้ำเจ้าพระยา เขาก็รู้แล้วว่าแสนลำบาก พึ่งไม่ได้แล้ว ไม่ควรที่จะอนุญาตให้โรงงานต่างๆ ทิ้งสารเคมีลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะต่างประเทศ เขาก็ไม่ได้ทำกันอย่างนั้น เขามีกฎหมายอย่างแข็งแรงที่ว่า ไม่สามารถที่จะทิ้งน้ำอะไรๆ ก็ได้ ลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา มันต้องทำความสะอาดเสียก่อน ด้วยทางวิทยาศาสตร์ สมัยใหม่ แล้วถึงจะปล่อยน้ำนั้นลงไป จะได้ไม่ฆ่าสัตว์น้ำ

จะได้ไม่ทำลายความหวัง ของประชาชนชาวกรุงเทพฯ ซึ่งตอนนี้มีมากเข้าทุกที กรุงเทพฯ ธนบุรี อะไรก็ตาม ปลาไม่เหลือหลอ ก็ขออาศัยรัฐบาลให้ช่วยสักนิดเถอะ ไม่งั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น คนไทยจะพึ่งน้ำ สมัยข้าพเจ้ายังเด็กๆ เห็นคนตักน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา มารับประทานได้อย่างดี ซึ่งก็นานมาแล้วหลายปี และจับปลาไม่มีวันที่จะหมดไป ปลาสมบูรณ์มาก ก็ไม่สายเกินไป ที่จะกลับไปเป็นอย่างนั้น เพราะเรายังมีประชาชนท ี่ยังยากจนอยู่ที่เข้ามากรุงเทพฯ เพื่อมาหางาน และเป็นคนจนไม่มีอาหารจะรับประทาน

 ถ้าเป็นสมัยก่อน เขาก็จ้างเรือออกไปทอดแห ก็ได้มีอาหารกิน แต่บัดนี้เป็นชีวิตอีกชีวิต แต่เขาไม่ทราบ เขาเข้ามาลำบากในการที่จะมาหางานทำ ซึ่งข้าพเจ้าหวังอธิษฐานว่าต่อไป ถ้าเผื่อคนไทยทั้งหลายช่วยกัน รวมทั้งคณะรัฐบาล ก็หวังว่า กุ้งปลา นานาชนิด เราจะสามารถปล่อยคืนกลับสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเป็นประโยชน์ของคนทั่วไป แทนที่จะเหลือแต่ปลาอย่างว่า นักท่องเที่ยวทั่วโลก ข้าพเจ้าเคยพบเป็นบางคน ถามว่าทำไมถึงชอบมาเมืองไทยมาก ที่อื่นก็มีทะเลที่สวยงาม แต่นักท่องเที่ยวเขาบอกว่า คนไทยน่ารักเหลือเกิน น่ารักมาก ที่เขาจะมาอยู่ที่ภูเก็ต ที่ไหนก็ตาม หัวหินตอนนี้ก็แยะ

 เขาอยู่ในหมู่คน นักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ชอบมาเมืองไทย ข้าพเจ้าถามเขาว่า ทำไมถึงชอบมาเมืองไทยมาก เขาตอบว่าคนไทยน่ารัก น่ารักมาก ที่ภูเก็ต หรือหัวหิน นักท่องเที่ยวก็แยะ แต่ที่เบิกบานมาก เพราะนักท่องเที่ยว ทั่วโลกให้ กทม. เป็นที่ ในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ อาหาร และความหลากหลายในการจับจ่าย อัธยาศัยที่งดงาม อันนี้ปลื้มตลอดเวลา ยิ่งได้อันดับ ยิ่งปลื้ม

 เมื่อตอนแต่งงาน ขณะนั้นอายุ ๑๗ ใกล้ ๑๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ย้ำความสำคัญของป่าชายเลน ทรงรับสั่งว่า ต้องคอยดูแล อย่าให้คนทำลาย เพราะเป็นแหล่งอนุบาล กุ้งหอย เป็นที่หลบภัย และเป็นอาหารให้มนุษย์ แต่ขณะนี้ มีการทำลายทั้งป่าไม้ ป่าชายเลน ขอให้ตระหนักถึงความสำคัญ อย่าไปทำลาย เรื่องน้ำจืดก็พูดมาหลายหนแล้ว นับวันเป็นสิ่งที่มีค่าหายาก ในโลกมีการคาดการณ์ว่า ต่อไปอาจเกิดสงครามโลก เรื่องแย่งแหล่งน้ำจืดมนุษย์มากขึ้น ความต้องการใช้น้ำก็มาก

 การใช้ชีวิตประจำวัน หรือใช้น้ำจืดไปไล่น้ำเค็ม หากคนไทยไม่รู้ ก็ไม่สามารถปกป้องทรัพยากรสำคัญ รักษาแม่น้ำลำคลองความสะอาดต่างๆ ทำให้ประชาชนเข้าใจว่า การทิ้งอะไรลงไปทำลายน้ำสะอาด โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ถือเป็นผลร้ายต่อบ้านเมือง หวังว่ารัฐบาลจะรณรงค์ ให้ประชาชนรู้คุณค่าของน้ำ ถนอมน้ำสะอาด ปลูกฝังลูกหลานให้ใช้อย่างมีวินัย เผื่อวันที่ไม่พอใช้ ข้าพเจ้าเสด็จฯ ภาคอีสาน ก็เตือนคนไทยว่าอย่าทำลายป่า เขาก็หัวเราะอย่างน่าเอ็นดู โถท่านจะไปวิตกเกี่ยวกับน้ำกินน้ำใช้ ยุ่งอยู่กับป่ากับน้ำทำไม ไม่ต้องห่วงแม่น้ำโขงอยู่ใกล้นิดเดียว จะใช้เมื่อไหร่ก็ได้

 

เมื่อเร็วๆ นี้ ข้าพเจ้าอ่านในไทมส์ เดอะนิวส์วีค แม่น้ำโขงแห้งขอด เห็นแต่ก้อนหิน เขาลงว่าเป็นที่ทำให้ พวกที่หากินจับสัตว์น้ำ ตกใจมาก เพราะแม่น้ำแห้งผาก แต่ก่อน ไม่ทราบว่าแม่น้ำโขงจะแห้งผาก แต่ก็ออกมาเกือบ ปีแล้ว มันไม่ไหวแล้ว เพราะต้นของแม่น้ำโขงอยู่ในจีน และเขาสร้างเขื่อนอย่างใหญ่โต เพราะเข้าใจว่าประชากรแยะ และต้องอาศัยน้ำ เพื่อให้ทำงานได้ดี เวลานี้แม่น้ำโขงไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้

 

ข้าพเจ้าอยากพบข้าราชการ ที่ขบขันข้าพเจ้า เห็นข้าพเจ้าเป็นตัวน่าขำที่สุด ตอนนี้น้ำโขงแห้ง จับปลาบึกก็ไม่ได้ ด้านชาวนาก็เป็นทุกข์ อย่างราคาปุ๋ยก็ขึ้นตามราคาน้ำมัน ทุกอย่างขึ้นตามราคาน้ำมัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรเห็นประชาชนเลิกใช้ควายไถนา ควายก็ไม่มีค่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า ถ้าน้ำมันแพงขึ้น ชาวนาจะทำอย่างไร เพราะทิ้งควายไปแล้ว ต้องเข้าโรงเรียนฝึกไถนาใหม่ และราคาน้ำมันไม่มีวันที่จะลง ในเมื่อควายไถนาได้ น่าจะใช้ควายไถนา

 

ข้าพเจ้าเป็นทุกข์แทนชาวนาไทย ซึ่งยังยากจน เพราะว่านอกจากน้ำมันแพงแล้ว ปุ๋ยก็ยังแพงมากอีกด้วย ข้าวของทุกอย่างพากันขึ้นตามราคาน้ำมันไปหมด อันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เวลาทรงทอดพระเนตร อย่างไปทรงเยี่ยมตามจังหวัดต่างๆ เห็นประชาชนเลิกใช้ ควายไถนา มาใช้รถ นัยว่าสมัยใหม่กว่า ใช้รถไถนาควาย ก็กลายเป็นไม่มีค่าอะไร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งบอก ต่อไปถ้าน้ำมันแพงขึ้น ชาวนาเหล่านี้จะทำอย่างไรได้ ทิ้งควายไปแล้ว เพราะควายตัวนี้ก็ต้องมาฝึกกันใหญ่ เข้าโรงเรียนฝึกหัดไถนา เพราะถูกทอดทิ้งไปหลายปี ไถนาไม่เป็นตอนนี้ สู้น้ำมันไม่ไหว

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่าไม่มีวันที่จะลงหรอก ความจริงเมื่อควายใช้ไถนาได้ ก็น่าจะใช้ควายไถนา เดี๋ยวนี้ใช้ควายเหล็ก มันกินน้ำมันแทนหญ้า ชาวนาก็ยิ่งลำบาก อันนี้ท่านนายกฯ คงจะช่วยสนับสนุนให้ชาวนาใช้ควายอย่างเดิม ก็ไม่เสียเกียรติอะไรเลย น่ารักออก รู้สึกมีชีวิตชีวาดี อย่างน้อย เราก็ผลิตข้าวได้มากอย่างเดิม ไม่ใช่ว่า แหม เมืองไทยนี้ล้าสมัยต้องใช้ควาย แทนที่จะใช้รถไถนาที่มีอยู่ ที่มีความโก้เก๋ แต่พระเจ้าอยู่หัวรับสั่ง บ่นมานานเลยบอกว่า รถไถนานี่ราคาสูง และน้ำมันก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆ

 

และในระยะยาว ต้องเสียค่าซ่อม ค่าอะไหล่ ตอนที่รับสั่งน้ำมันก็ยังมีดี รับสั่งว่า ถ้าเผื่อวันหนึ่งไม่มีมัน หรือน้ำมันแพงมาก รถไถนาก็ต้องจอดทิ้งไว้เฉยๆ ผิดกับควาย ที่มันเดินเองได้ทุกเวลา แล้วมูลของควายที่ถ่ายไว้ทั่วไปตามท้องนา ก็เป็นปุ๋ยชั้นดี รับสั่งบ่นมานาน เดี๋ยวนี้ท่านไม่บ่นแล้ว ท่านเห็นว่า สู้คนสมัยใหม่เขาไม่ไหว แล้วท่านก็เลยไม่บ่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงสร้างธนาคารข้าว ทรงคิดสร้างเอง ทั่วทุกหนทุกแห่ง รอบประเทศไทย เดี๋ยวนี้ชาวบ้าน มีธนาคารข้าว ตามพระราชดำริ ที่ว่าช่วยกันตั้งธนาคารข้าว ใครอดอยาก หมู่บ้านไหนอดอยาก ก็ได้ ไปขอยืมข้าว

 

ทรงสอนให้เขาไปขอยืมข้าว แล้วเวลาปี ไหนทำข้าวได้ดี ก็เอาข้าวไปใช้ หวังว่าท่านนายกฯ คงสนับสนุนได้นะคะ ทำให้คุณอะไรนะ คุณจุ่น ควาย แล้วตอนนี้ฉันตกใจมาก นึกไม่ถึงว่า บอกทำไมไม่เอาควายมาไถนา เขาบอกมันไถไม่เป็นแล้วตอนนี้ ต้องเปิดโรงเรียนอบรมควาย ให้ไถนาอย่างเดิม ฟังดูเหมือนตลก แต่มันเรื่องจริง แล้วต่อไป ก็อยากจะพูดถึงสถานการณ์ในภาคใต้ ที่เป็นปัญหาสืบเนื่องมาตั้งแต่ - ปีแล้ว อันนี้ก็น่าหนักใจ แต่ทราบว่าเดี๋ยวนี้ ขณะนี้ก็ดีขึ้น ค่อยๆ ดีขึ้น ที่หนักใจ เพราะว่าประชาชนหลายคนมาก ที่ไม่สามารถออกไปทำมาหากินตามปกติได้ ซึ่งอันนี้เป็นของที่น่าเป็นห่วงมาก

 

เขาก็คงทุกข์ และมีความทุกข์ยากมาก เพราะว่าเขามีสวนยาง คนจนเขามีสวนยางเล็กๆ ซึ่งเขาก็อาศัยทำมาหากิน บัดนี้ออกไปสวนยางก็ตาย แม้แต่ออกไปที่ตลาดก็ยังตาย ชีวิตไม่ปลอดภัยแล้ว แต่ได้ทราบข่าวว่าตอนนี้ค่อยๆ ดีขึ้น ข้าพเจ้าเอง เมื่อคราวที่แล้ว ไม่สบาย หมอไม่ได้ให้ ไปภาคใต้ ไม่ใช่ว่าจะละทิ้งเขา ตั้งใจว่าปีนี้จะไปอีก เพราะว่าชาวบ้านที่ข้าพเจ้า แปลกใจชาวอิสลาม เขาพูดกับข้าพเจ้าบอกว่า เวลาประไหมสุหรีไม่มา พวกเราลำบาก เป็นอิสลามที่พูดอย่างนี้ เพราะว่า ข้าพเจ้าก็ทำตามพระบรมราชโองการ ไม่ได้ช่วยแต่ชาวพุทธ ช่วยทั้งชาวพุทธ ทั้งไทยอิสลามเสมอกัน

 

อย่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จไปประทับภาคใต้ ทรงทะนุบำรุงวัดไทย ทรงทะนุบำรุงสุเหร่า ที่อยู่ใกล้ๆ เหมือนกันหมดทุกอย่าง ให้เกิดความสามัคคีไม่น้อยหน้ากัน แต่ก่อนนี้ ข้าพเจ้าไปภาคใต้ ไปครั้งแรกในชีวิต คือตอนอายุ ๔๐ ไปฉลองวันที่ ๑๒ สิงหา ที่นราธิวาส และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จไปตรวจดูเกี่ยวกับดิน เกี่ยวกับน้ำ ทรงพบว่า น้ำแม่น้ำเปรี้ยวจัดมาก ทรงประทับเรือ และทรงตักน้ำแม่น้ำส่งมาทางกรุงเทพฯ ให้ดูถึงความเปรี้ยวเท่าไหร่ ทรงบุกด้วยพระองค์เองทั้งนั้น จนกระทั่งได้ความช่วยเหลือ จากข้าราชการต่างๆ และกรมชลประทาน

 

เดี๋ยวนี้คนทางใต้ หมายถึงนราธิวาส ปัตตานี สามารถทำนาได้ปีละบางทีเกือบ ครั้ง เพราะว่าทรงช่วยกับกรมชลประทาน ช่วยกันแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆ ทำให้อยู่ดีกินดีขึ้น แต่ตอนนี้ มามีปัญหาถึงความไม่เข้าใจระหว่างศาสนา ซึ่งแต่ไหนแต่ไร รัฐบาลเราพยายามเต็มที่ที่จะให้ ศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทย ได้อยู่กันอย่างเป็นอิสระ สามารถนับถือศาสนาของตัว ทะนุบำรุงศาสนาของตัวอย่างเป็นอิสระ ไม่มีใครรังแก จนกระทั่งชาวต่างประเทศ พูดกับข้าพเจ้า บอกเมืองไทยนี่ยอดเลย ทุกศาสนา โดยเฉพาะที่กรุงเทพฯ อยู่กันอย่างสงบสุข ไม่เคยมีประวัติสงครามศาสนาเลย

 

แต่บัดนี้ที่ภาคใต้น่าห่วงขนาดเด็ก ขวบ ถ้าเป็นพุทธก็ต้องตายแล้ว อันนี้มันผิดปกติ มันไม่ใช่น้ำใจของมนุษย์ ผู้ที่มีความเจริญแล้ว เด็ก ขวบ จะไปรู้เรื่องอะไร ไม่จำเป็นจะต้องทำลายขนาดเด็ก ขวบ แต่ก่อนนี้ที่เสด็จไป พระสงฆ์ในศาสนาพุทธ และผู้นำของศาสนาอิสลามเป็นมิตรกัน อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจในสาเหตุเหมือนกัน พยายามพูดกับคนอิสลาม เขาก็พูดข้าพเจ้าเอง อย่างข้าพเจ้าเข้าไปปีที่แล้ว เมื่อต้นปีนี้ไปแค่ ๑๐ วัน เพราะว่าไปไม่ไหวมากเลยไปแค่ ๑๐ วัน เขามากระซิบกับข้าพเจ้าว่า บอกว่าเวลาที่ท่านไม่ไป เวลาประไหมสุหรีไม่ไป พวกเราลำบาก ไม่ใช่แค่มองหน้า เพราะจากปากของคนอิสลาม พวกเราลำบาก แต่ว่าเวลาท่านไปพวกเราสบาย ขอให้ท่านอย่าทิ้งใต้เลยเป็นอันขาด

 

เพราะข้าพเจ้าให้ทำหน้าที่อย่างเดียว คือให้งานเขา เห็นใครมาเฝ้า และยากจนมากก็จับสอนให้ปัก มีครู ตั้งกลุ่มปักและสอนให้ปัก สอนให้ทอผ้า สอนทุกอย่าง แล้วศิลปาชีพก็คือตลาด เขาสามารถที่จะส่งผลงานเขามา เราก็จ่ายไป ซึ่งข้าพเจ้าเคยมีเงินในมูลนิธิศิลปาชีพกว่าพันล้าน บัดนี้มีผู้เตือนข้าพเจ้าว่าเหลือ ๗๐๐ ล้าน เพราะว่า คือว่าพยายามที่จะให้กำลังใจเขา อย่างทางภาคอีสาน ก็จนสิ เพราะหยุดทอผ้า เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ซึ่งสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงส่งพระราชโอรส กรมหมื่นพิชัยมหินทโรดม ซึ่งทรงเรียนที่อังกฤษ

 

เวลาเสด็จกลับมา ทรงส่งกรมหมื่นพิชัยมหินทโรดม เดินทางด้วยเกวียนจากกรุงเทพฯ ไปถึงจังหวัดบุรีรัมย์ ข้าพเจ้าก็คิด เอ๊ะนี่เพราะข้าพเจ้าไม่เก่งเลขเลย คิดว่านี่ เอ๊ะใช้เวลานานเท่าไหร่ ด้วยเกวียน จากกรุงเทพฯ ไปถึงบุรีรัมย์ เพื่อไปสนับสนุนให้ประชาชน ที่แถวนั้นรักษาความเป็นผู้ที่ปลูกหม่อน เลี้ยงไหมจริง และทอผ้าจริง ให้เขารักษาความสามารถของเขาไว้ เพื่อต่อไปจะได้ ขยายงานต่อไป แล้วกรมหมื่นพิชัยมหินทโรดม เป็นองค์ที่แต่งเพลงลาวดำเนินเกวียน ที่เดี๋ยวนี้เราเรียกว่า ลาวดวงเดือน ซึ่งเพราะเหลือเกิน

 

ท่านแต่งระหว่างที่ท่านอยู่ในเกวียน แล้วจะไปที่บุรีรัมย์ โอ้ละหนอดวงเดือนเอ๋ย ทรงแต่ง ทรงยังหนุ่มแน่นแท้ๆ และข้าพเจ้าหาว่าที่เสด็จไปด้วยเกวียน ต้องผ่านป่าผ่านอะไร ทำให้ทรงติดไข้ป่ามา เพราะว่าพระชนม์ ๒๘ สิ้นพระชนม์แล้ว โดยที่ไม่ทราบสาเหตุว่า สิ้นเพราะอะไร ข้าพเจ้าคิดเอาเองว่า ที่ท่านไปดูทางอีสาน เกี่ยวกับการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้า มันต้องขบวนเกวียนไปอย่างช้า ต้องผ่านป่า ซึ่งเป็นแหล่งมาลาเรีย คิดว่าอย่างนั้น คิดเอาเอง เดาเอาเอง ไม่มีอะไรยืนยันได้ แต่เห็นท่านสิ้นพระชนม์ ๒๘ เท่านั้น

 

ท่านแต่งเพลงเพราะๆ เป็นนักศิลปะ สมกับที่พระราชบิดาทรงส่งไปดูแลเกี่ยวกับการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้า แต่ก่อนข้าพเจ้าก็ไม่ทราบ แต่ชอบเพลงลาวดวงเดือนมาก ไม่ทราบว่าองค์ไหนที่แต่งอย่างนี้ เพราะเหลือเกิน แล้วต่อไปนี้ข้าพเจ้าก็อยากจะเอ่ยถึงคนไทยหนุ่ม ที่มีความรักชาติ คือข้าพเจ้าแค่ทราบมาแค่ คน แต่คงจะมีเยอะแยะมาก อย่างนายตำรวจผู้กล้าหาญ ซึ่งสละชีวิตไปแล้ว เพื่อรักษาดินแดนภาคใต้ คือร้อยตำรวจเอกธรณิศ ศรีสุข ที่เรียกว่าผู้กองแคน สอบได้ที่ แล้วทางตำรวจให้เลือกได้ จากคนสอบที่ได้ที่ ว่าจะเลือกไปอยู่ที่ไหน ไปทำงานที่ไหน

 

คนไทยที่ยอดเยี่ยม ร้อยตำรวจเอกธรณิศ เลือกที่จะไปอยู่ที่ภาคใต้ จังหวัดภาคใต้ แล้วข้าพเจ้าก็ไม่รู้เลย ไม่มีไม่ทราบเลย ด้วยความเสียใจจนบัดนี้ว่า ตอนที่ข้าพเจ้าไปอยู่ที่นราธิวาส แล้วไปเยี่ยมแถวปัตตานี ร้อยตำรวจเอกธรณิศ เป็นคนหนึ่ง ที่ดูแลถวายอารักขาอย่างใกล้ชิด เพราะที่นั่นมันอันตราย และก็มีการปะทะกัน ที่จังหวัดยะลาใกล้ๆ เบตง แล้วเขาก็เสียชีวิตไป มือหนึ่งของตำรวจที่สอบได้ที่ แต่เป็นคนที่มีความรักชาติอย่างมาก แล้วเป็นคนมีอุดมคติสูง เลือกจะไปที่ที่ยาก ที่ลำบากแล้วก็ไปเสียชีวิต

 

แล้วคนที่ ที่ข้าพเจ้าทราบ จากหนังสืองานศพ เขาเขียนจดหมายไปถึงคุณพ่อคุณแม่เขา ไม่ทราบจะทำยังไง เพราะว่าไม่ทราบก่อนหน้าที่จะไปงานศพเขา คือร้อยตำรวจตรีกฤตติกุล บุญลือ คืออีกคน ที่เลือกที่จะไปรักษาความปลอดภัยของประเทศชาติ ในที่ที่อันตราย ในที่ซึ่งบ้านเมือง กำลังต้องการความคุ้มครองป้องกัน เขาบอกไม่ใช่ว่าไม่กลัว กลัวเหมือนกัน แต่มีความรู้สึกว่าเป็นคนไทย แล้วเรียนมาเป็นตำรวจ น่าที่จะไปปกป้องคุ้มครองในที่ที่ยากลำบาก เพราะทั้ง เลือกไปที่นี้ ถึงเวลาเขาไปอยู่ครบ เดือน ครบเทอม ถึงเวลากลับเขาก็ไม่กลับ เพราะประชาชนรัก แล้วก็ไว้ใจ แล้วขอให้อยู่ต่อแล้วก็เสียชีวิตที่นั่นอีก

 

ข้าพเจ้ารู้สึกว่า เมืองไทยน่าจะรอดพ้นอันตรายทั้งหลายได้ เพราะว่ามีคนที่ดี ที่ยอดเยี่ยม ที่ยอมสละ แทนที่จะไปหาที่ที่จะทำงาน ไปได้ที่สูงที่อะไร กลับยินดีท ี่ไปอยู่ที่ ที่เรียกว่าต้องปกป้องประชาชน ต้องปกป้อง พื้นที่ของประเทศไทย ร้อยตำรวจเอกธรณิศ เคยดูแลข้าพเจ้า ตอนที่ข้าพเจ้าไปอยู่ภาคใต้ ที่ภาคใต้ค่อนข้างจะน่ากลัวอยู่ ก็ถูกให้ถวายอารักขา เป็นชาวจังหวัดขอนแก่น เป็นลูกของรองศาสตราจารย์ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น รองศาสตราจารย์ด็อกเตอร์เกรียงศักดิ์ ทันตแพทย์หญิงนิธิภาวี ศรีสุข สอบได้เป็นอันดับที่

 

หลังจากเรียนจบ แต่เลือกที่จะเป็นตำรวจตระเวนชายแดน แล้วต่อมาเป็นตำรวจพลร่ม ที่ค่ายนเรศวร แล้วเขาก็เลือกที่จะไปทำงาน ที่สามจังหวัดภาคใต้ ทั้งของ คน อีกคนเสียชีวิตแค่อายุ ๒๔ เท่านั้น เขาเขียนในไดอารี่ของเขาว่า เขาสมัครใจปฏิบัติงาน ที่จังหวัดชายภาคใต้ เพราะเป็นที่ที่ลำบาก เป็นที่ที่จะต้องปกป้องครู ปกป้องประชาชน แต่เขาเลือกที่จะทำหน้าที่นั้น ยะลานี่ทั้งระเบิด แต่ว่านายตำรวจที่กล้าหาญ ฝีมือดี ยังอาสาที่จะไปอยู่ที่นั่น แล้วร้อยตำรวจเอกธรณิศ มีข้อเขียนคติของเขาว่า จงเป็นผู้เสียสละ อย่าคาดหวังนักเลย ว่าเราจะได้อะไรบ้างจากหน่วยงานของเรา และประเทศชาติ จงคิดเสมอว่า ทำอะไรได้บ้างให้แก่หน่วยงาน และประเทศชาติของเรา

 

อันนี้หายาก คนอย่างนี้หายากเหลือเกิน แล้วก็ร้อยตำรวจตรีกฤตติกุล ก็ดำเนินตามนโยบายของรุ่นพี่ ร้อยตำรวจตรีกฤตติกุล เขียนหนังสือความทรงจำว่า เขาเลือกที่จะไปอยู่ภาคใต้ แล้วก็เคยได้รับพระราชทานถุงของขวัญ เพราะโดยอัตโนมัติ ข้าพเจ้าไม่มีโอกาสได้พบกับเขาเป็นส่วนตัว หรืออะไรเลย ถึงเวลาก็เชิญนายทหาร นายตำรวจ เข้าไปรับประทาน ที่ในวังที่ภาคใต้ เขาก็มีเขียนว่าเขาได้เฝ้าแล้ว ก็รับถุงของขวัญ ที่ทำให้เขามีกำลังใจ เสียดายมากเลย แต่ก็ดู แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้เลย คือสูญเสียคนที่ดีๆ ไปแล้ว คนที่ดีๆ ตั้งใจที่จะไปที่นั่น เพื่อคุ้มครองประชาชน คุ้มครองผืนแผ่นดินไทย

 

ก็มีนายพันตำรวจโทกิติกานต์ ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยที่ไปครั้งนี้ ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก เกี่ยวกับทางสมองอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลา ซึ่งข้าพเจ้าถามข่าวคราวไปเสมอ ตอนนี้มีอาการค่อยๆ ทุเลาขึ้น แต่ข้าพเจ้าเพิ่งทราบว่า นายตำรวจที่เก่ง ได้มาถวายอารักขา โดยที่ข้าพเจ้าเองรอดปลอดภัยไม่ได้ ทราบเลยว่า มีผู้ใดบ้างที่มารับผิดชอบถวายอารักขา เขาเล่าว่าเขาตื่นเต้น ได้ไปนั่งรับประทานอาหารใกล้ๆ พระราชินี เขาตื่นเต้น

 

ข้าพเจ้าเสียใจ เพราะไม่ได้คุยรุ่นเด็กๆ นี่เลย ไม่ได้คุยเลย เชิญเข้าไปในวัง ไปรับประทานอาหารกันอย่างใกล้ชิด แล้วเขาเขียนบันทึกไว้ คนที่เขียน กฤตติกุล เขาบอกว่า สิ่งที่ทำให้พวกเขาทำงานแบบลืมตายคืออะไร เขาบอกอุดมการณ์ไงล่ะ จริงอยู่มันกินไม่ได้ แต่มันอิ่มใจ คนตัวเล็กๆ คนหนึ่งจากภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ เดินทางมาจากบ้าน ตั้งหลายพันกิโล มาถึงที่นี่มาดูแลให้ราษฎรปลอดภัย เขาเขียนบันทึกเอาไว้ แล้วก็ตอนงานศพก็ออกในงานศพ ข้าพเจ้าก็อ่านหนังสือจากงานศพเขาบอก ยอมรับว่าแรกๆ ไม่อยากมาหรอก เขาฟังดูมันน่ากลัว แต่พอมาแล้วไม่อยากกลับ อยากทำงานให้จบ ถึงจะยากอย่างไรก็ตาม ก็รักที่จะทำงานแบบนี้

 

คงเห็นภาระหน้าที่ ที่จะคุ้มครองประชาชน เขาบอกให้พวกเราภูมิใจ กับทุกคนที่มาทำงานที่นี่ หลายพันคน มาจากทุกสารทิศ มาช่วยกันปกป้องแผ่นดินผืนนี้ มีอีกหลายคน ที่ทำงานแบบผมอยู่ในพื้นที่นี้ อย่าชมผมคนเดียว อย่าให้กำลังใจผมคนเดียว ขอให้กำลังใจกับพวกเขาทุกคน และเขาก็หวังใจว่าว่าเขาจะไม่ตาย แต่ถ้าเกิดมีวันนั้นจริงๆ ที่เขาจะต้องตาย เขาก็ไม่เสียดายนะ เกิดมาครั้งเดียวตายเพื่อชาติไม่กลัว เขาตายอายุ ๒๔ เท่านั้นเอง ข้าพเจ้าอ่านแล้ว ก็นึกสงสารพ่อแม่ เขานึกถึงความเสียสละ ของนักรบเหล่านี้ ซึ่งมีทั้งทหาร ทั้งตำรวจ ที่อยู่ในพื้นที่อันตราย ซึ่งคนที่อยู่กรุงเทพฯ อาจจะนึกไม่ออกว่าอันตรายแค่ไหน มันทั้งปืนทั้งระเบิด ทั้งอะไร ทุกอย่าง

 

ถ้าพวกเราจะสามารถส่งกำลังใจไปให้เขา มีจดหมายหรืออะไรให้ก็ตาม ส่งไปให้กำลังกับนักรบเหล่านี้ ที่เป็นคนดี และเป็นคนที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ อย่าง นายตำรวจที่ข้าพเจ้ารู้จักนี้ คงมีอีกเยอะแยะที่ไม่รู้จัก ที่ทำงานเสี่ยงภัย แต่นักรบเหล่านี้ที่เป็นคนดี และเป็นคนที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ ข้าพเจ้าอยากจะบอกกับท่านอีกอย่างคือว่า วันเกิดของข้าพเจ้า ก็มีผู้คนถวายเงินกันหลายคน และเงินนั้น ข้าพเจ้ารวบรวมแล้วไปสร้างศูนย์ครูที่จังหวัดปัตตานี

 

เพราะเห็น สงสารพวกครูที่สุดที่ว่า เดี๋ยวโดนฆ่าเดี๋ยวโดนฆ่าอยู่อย่างนั้น ก็คงจะโดนฆ่าตลอดไป ข้าพเจ้าเลยเอาเงินที่ได้รับ ที่ท่านทั้งหลายให้วันเกิดปีที่แล้ว สร้างศูนย์ครู ตอนนี้ยังไม่เสร็จดี เกือบเสร็จแล้วที่ว่ามีที่อยู่ มีที่รับประทาน แล้วก็มีห้องสมุดต่างๆ ที่พวกครูทั้งหลายจะไปพัก แต่ข้าพเจ้ามีเงินทำได้แห่งเดียว นี่มองท่านนายกฯ ข้าพเจ้ายังทำได้แค่แห่งเดียว แต่อยู่ได้หลายคน เพราะครูเป็นที่นับถือของชาวบ้าน และครูไม่มีอาวุธป้องกันตัว กลายเป็นเป้าหมายใหญ่ ให้โจรใต้ไล่สังหาร ครูบางคนถูกยิงตายต่อหน้าเด็กในชั้น ทั้งที่ยังถือชอล์กอยู่ในมือ

 

เพราะฉะนั้นครูเสียสละมาก ข้าพเจ้าได้รับเงินวันเกิดปีที่แล้ว เลยไปสร้างศูนย์ครูขึ้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อให้ครูที่อาสามาสอนเด็กในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้มาพักอยู่รวมกัน มีห้องสมุด มีอะไรทุกอย่าง อย่างข้าพเจ้า อาจจะส่งหนังเกี่ยวกับความรู้ใดๆ อะไร ไปให้เขาดูได้ เป็นที่รวมกัน และก็กำลังจะสร้างคล้ายๆ เป็นหน่วยรถที่จะเอาครูต่างๆ ในศูนย์เนี่ยไปส่งในที่ทำงานต่างๆ ของเขา โดยมีอารักขาเต็มที่ และที่ศูนย์ครูก็มีอารักขาเต็มที่ ข้าพเจ้าได้ความช่วยเหลือจากทหาร ที่ปลดเกณฑ์ ให้เข้ามาเป็นผู้อารักขาที่ศูนย์นั่น

 

โดยที่เราก็ยินดีที่จะให้เงินเขา เหมือนอย่างที่เขาทำงานที่ไหนก็ตาม ด้านความปลอดภัย พร้อมกันหมด และก็สร้างบ้านให้เขา สำหรับเอาครอบครัวมาอยู่ได้ด้วย ทั้งนี้ จากเงินที่ได้รับจากพวกท่าน เมื่อวันเกิดที่แล้วอายุ ๗๕ ตอนนี้กำลังสร้างอยู่ ยังไม่เสร็จดี และข้าพเจ้าได้จัดสร้างฟาร์มตัวอย่าง ตามหมู่บ้านไทยต่างๆ จนชาวอิสลามขอร้องว่า ให้ไปช่วยสร้างฟาร์มตัวอย่างให้เขา วิธีเลี้ยงไก่ วิธีเลี้ยงเป็ด วิธีเลี้ยงสัตว์ต่างๆ สัตว์เลี้ยงเพราะว่าเขาบอกว่า พอมีฟาร์มตัวอย่าง เขาไม่ต้องเสี่ยงชีวิตเข้าเมือง หรือไม่ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ และภรรยา ซ้อนท้ายลูกอยู่ที่หน้าอกข้างหน้าไปจ่ายตลาด ไปอะไร แต่นั่นก็ตายอยู่กลางถนนเหมือนกัน

 

ข้าพเจ้าเลยสร้างฟาร์มตัวอย่าง ที่มีสัตว์เลี้ยง หมู่บ้านคนไทย จะมีฟาร์มเยอะแยะเชียว เขาไม่ต้องไปซื้อไข่ ไม่ต้องไปซื้ออะไร ก็ได้จากฟาร์มตัวอย่าง ไม่ต้องเสี่ยงกับความตาย ซึ่งฟาร์มตัวอย่างนี้ ข้าพเจ้าได้รับความช่วยเหลือ จากพลเอกเรวัต บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ ช่วยกันจัดตั้ง มีสัตว์ต่างๆ พร้อมติดอยู่กับหมู่บ้านของชาวพุทธ และชาวอิสลามไหนมาขอความช่วยเหลือ ก็ช่วยเหลือ ก็ทำให้เช่นเดียวกัน ที่ช่วยชาวพุทธ เพราะเห็นว่าไปตายตามท้องถนน มากมายก่ายกอง ข้าพเจ้าทนไม่ได้ อยากจะยุติการตายอย่างนั้นซะที ก็คิดว่าเราจะช่วยอะไรได้บ้าง ทำให้เขาไม่ต้องเสี่ยงออกไปจากหมู่บ้านที่เขาอยู่ และไปตามท้องถนนกว่าจะถึงท้องตลาดในเมือง ไม่อยากให้เสียชีวิตอย่างนั้น

 

ตั้งแต่นั้นต่อไป ชาวบ้านไทยพุทธเลยมีฟาร์มตัวอย่างอยู่ใกล้ๆ บ้าน และคนยากจน เราก็รับให้เข้ามาทำงานในฟาร์ม ดูแลสัตว์ต่างๆ และก็เสียค่าเงินเดือนให้กับคนงานต่างๆ คนงานซึ่งไม่ค่อยมีงานทำ ก็มีงานทำมากขึ้น และหมู่บ้านไทยพุทธ ก็มีความเป็นอยู่ดีขึ้น เขามีธนาคารข้าว ที่เป็นพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และธนาคารอาหารชุมชนก็คือ ฟาร์มตัวอย่าง พอประทังชีวิตไปได้

 

เดี๋ยวนี้พวกเราได้ช่วยกันทำฟาร์มตัวอย่าง ที่ชายแดนภาคใต้ได้ ๒๑ แห่งแล้ว กระจายความช่วยเหลือไปยังราษฎรตามอำเภอต่างๆ ใน จังหวัด อำเภอแว้ง ซึ่งยากมากจะเข้าออก โดนฆ่าเป็นประจำ อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอรือเสาะ อำเภอระแงะ ในจังหวัดนราธิวาส อำเภอสายบุรี อำเภอยะหริ่ง อำเภอหนองจิก ในจังหวัดปัตตานี อำเภอรามัน อำเภอเบตง ในจังหวัดยะลา รับคนงานทั้งชาวพุทธและมุสลิม มาทำงานในแต่ละฟาร์ม เดี๋ยวนี้มีสี่พันคน ได้มาทำงาน

 

แต่ข้าพเจ้ารู้สึกสบายใจ โล่งใจมาก ได้ทราบข่าวว่าท่านผู้บัญชาการทหารบก ได้ไปที่ภาคใต้ไปเยี่ยมตามที่ต่างๆ เยี่ยมทหารดูแลความปลอดภัยต่างๆ เกือบทุกอาทิตย์ ข้าพเจ้าทราบมาจากประชาชนว่า เขาอุ่นใจ สบายใจขึ้น และก็มีอีกเรื่องที่ทำให้ชื่นใจ คือ ข้าพเจ้าได้จัดนิทรรศการศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ ขึ้นที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ในโอกาสที่ฉลองทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี และเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ข้าพเจ้าไปดูเป็นครั้งแรก ตกตะลึง ไม่เคยคิดว่า เด็กศิลปาชีพของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าเลือกมาเอง เลือกมาจากหมู่บ้าน จากครอบครัวที่ยากจนที่สุด

 

คือว่า เห็นเขามีลูกเยอะ และยากจน อยากที่จะแบ่งเบาภาระ ตอนนั้นยังคิดไม่ได้ถึงเดี๋ยวนี้ แค่ว่าให้เขามาทอผ้า ผู้ชายหัดมาแกะสลัก หัดมาเขียนรูป อะไรต่างๆ และให้เงินประจำวัน ให้เงินเขาตลอดไป ปรากฏว่าเขาพออกพอใจ เขามุมานะ จะทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง จนเดี๋ยวนี้ถ้าเผื่อท่านมีโอกาส อยากจะเชิญให้ไปดู ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม นั่นเป็นฝีมือของเด็ก เด็กของข้าพเจ้าที่ข้าพเจ้าเลือกมาเอง ไม่ได้เลือกจากคนที่มีฝีมือเก่ง เลือกจากที่เขาจ๊น จน และมีลูกมาก เราเอามาอยู่กับเรา แล้วสอนเขาให้ทำอะไรต่างๆ

 

เขาอยู่ทำงานกับเราสัก อาทิตย์ ก็ผลัดเวรกันกลับบ้านไปเยี่ยมบ้าน เขาจะได้เงินทุกวัน ทางมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพให้เขา เขาจะเก็บเงินแล้วเอาไว้ถึงเวลากลับบ้าน จะเอาเงินไปช่วยเหลือครอบครัว เป็นเด็กหนุ่มๆ สาวๆ ทั้งนั้น พอข้าพเจ้าได้ไปเห็นฝีมือเขา ตกใจเลย ทำไมถึงสวยอย่างนี้ ฝีมือปัก และโดยมากเป็นผู้หญิง ฝีมือปัก ฝีมือแกะสลัก เป็นพวกฝ่ายชาย สวยเหลือเกิน เห็นแล้วขนลุกหมดเลย ว่านี่หรือเป็นเด็กยากจนที่เราเลือกเอามา จบแค่อย่างสูงก็ . สวยเหลือเกิน

 

ทีนี้ตอนที่ โคฟี อันนัน ยังอยู่ในตำแหน่ง ก็ขอไปดู พอไปดูแกบอก นี่ฝีมือยอดเยี่ยมของระดับโลก บอกว่าสวยเหลือเกิน ถ้าท่านว่างก็ขอให้ท่านไปดูเถอะ ข้าพเจ้าเองไม่คิดเลยว่าคนไทยของเรา ซึ่งจบ . บางคนก็จบไม่ถึง . จะออกมาเป็นศิลปินระดับโลกได้ ชาวโลกมาดูแล้วอ้าปากค้างเชียว ระดับโลกเลย ซึ่งข้าพเจ้าคิดไว้ว่า ถ้าโอกาสมีมาถึงที่เขาจะเชิญข้าพเจ้าไปที่อเมริกา แต่เขาทาบทามมากว่าปีแล้ว ว่าเชิญไปที่อเมริกา

 

ข้าพเจ้าจะเอาผลงานนี่ ไปแสดงให้คนไทยที่อเมริกาดู ไม่ได้ไปคิดไปให้ชาวอเมริกันดู เพราะว่าประเดี๋ยวเขาจะว่า แม้เขากำลังเงินทองฝืด ยังจะเอามาขายเรื่อย จะไปโชว์ฝีมือคนไทยเฉยๆ อย่างนั้น แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้ย้ำเชิญมา เพราะว่าเขาเชิญข้าพเจ้า ให้ไปรับรางวัลพิเศษ ในฐานะที่ว่า เป็นพระราชินี แล้วเที่ยวไปดูรอบพระราชอาณาจักร พวกคณะชาวต่างประเทศ ก็จะให้รางวัล เขาบอกมาว่าเมื่อไหร่จะไปได้ เขาจะมอบรางวัลให้ ก็ยังบังเอิญไปไม่ได้

 

ขอให้ทุกท่านไปดูนะคะ จะได้ดูแล้วมันแบบชื่นใจ คนไทยฝีมือหนึ่งในโลกเลยนะ หนึ่งในโลกจริงๆ คือเด็กที่ข้าพเจ้าเอามาตอนอายุ ๑๒-๑๓ เดี๋ยวนี้ ๒๐ แกะสลักไม้ เหลือเกิน แล้วก็ทำถมทอง ทำอะไรจริงๆ ตกใจ ไปเห็นแล้วตกใจ ฝรั่งถาม นี่จบจากโรงเรียนศิลปะ มหาวิทยาลัยศิลปะของไทยหรือเปล่า เปล่านี่เป็นลูกชาวบ้านแท้ๆ จบ . แล้วออกมาเป็นอย่างนี้ ความที่เขาซาบซึ้ง เพราะเราจะพูดถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ที่ประเทศไทยบรรพบุรุษของเรา สละชีวิตมา เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินมาด้วยเลือดเนื้อ ด้วยชีวิต

 

แต่เสียดาย ตอนนี้ท่านนายกฯ เขาไม่ให้เรียนประวัติศาสตร์แล้วนะ ฉันก็ไม่เข้าใจ เพราะตอนที่ฉันเรียนอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ไม่มีประวัติศาสตร์อะไรเท่าไหร่ แต่เราก็ต้องเรียนประวัติศาสตร์ของสวิส แต่เมืองไทยนี่ บรรพบุรุษเลือดทาแผ่นดิน กว่าจะมาถึงที่ให้พวกเราอยู่ นั่งอยู่กันสบาย มีประเทศชาติ เรากลับไม่ให้เรียนประวัติศาสตร์ ไม่รู้ว่าใครมาจากไหน เป็นความคิดที่แปลกประหลาด

 

อย่างที่อเมริกาถามไป เขาก็สอนประวัติศาสตร์บ้านเมืองเขา ที่ไหนประเทศไหน เขาก็สอน แต่ประเทศไทยไม่มี ไม่ทราบว่าแผ่นดินนี้ รอดไปอยู่จนบัดนี้เพราะใคร หรือว่ายังไงกัน อันนี้น่าตกใจ ชาวต่างประเทศยังไม่ค่อยทราบว่า นักเรียนไทยไม่มีการสอนประวัติศาสตร์ชาติเลย ตอนนี้รู้สึกว่าสิ่งที่อยากพูด อยากคุยอวดก็หมดแค่นั้นเองแล้วค่ะ พิมพ์ไว้ปึกโตเลย ตอนนี้หมดแล้วค่ะ ก็ชื่นใจ ขอบพระคุณทุกท่านมากที่อุตส่าห์อดทนนั่ง แล้วฟังข้าพเจ้าคุยเป็นคุ้งเป็นแคว และคุยไปพลาง แล้วก็ยังขอนายกฯ นั่น ขอทำนั่นทำนี่ ก็ขอบพระคุณมากค่ะ

 



เข้าชม : 73175


ความรู้เกี่ยวกับ IT 5 อันดับล่าสุด

      เจาะ ลือ เขย่าโลก 21/12/12 - วันสิ้นโลก!? 12 / ธ.ค. / 2555
      เล่น facebook ระวังติดคุกโดยไม่รู้ตัว 24 / ก.ค. / 2555
      กู้ไฟล์ที่ลบไปเเล้ว / Empty Recycle Bin 7 / พ.ย. / 2554
      คำสั่งง่ายๆสำหรับมือถือ 3 ระบบ Ais Dtac True 24 / ส.ค. / 2554
      คาถาในการทำงาน 31 / มี.ค. / 2554




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ mocyc@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

   สำนักงานตำรวจแห่งชาติ /ตำรวจภูธรภาค1 /ตำรวจภูธรภาค2 /ตำรวจภูธรภาค3 /ตำรวจภูธรภาค4 /ตำรวจภูธรภาค5 /ตำรวจภูธรภาค6 /ตำรวจภูธรภาค7 /ตำรวจภูธรภาค8 /ตำรวจภูธรภาค9

   ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค1 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค2 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค3 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค4 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค5 /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค6
   /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค7่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค8่ /ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค9

powered by maxsite 1.10
แลกลิงค์ นำ code ไปติดที่เว็บแล้วแจ้งทาง Email หรือ webboard